ไปเที่ยว ‘ประเทศสเปน’ ช้อปอะไรดี

shopping-spainish

-SHOPPING-

ร้านส่วนใหญ่ไม่รับธนบัตรใบละ 500 ยูโร ควรมีธนบัตรที่มีมูลค่าน้อยกว่านั้นพกติดตัวไว้เสมอ และร้านต่างๆ ไม่รับเงินสกุลอื่น ยกเว้นร้านที่อยู่ในสนามบิน บางแห่งอาจยอมรับเงินยูเอสดอลลาร์ แต่อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้จะสูงกว่าปกติ

ส่วนเครดิตการ์ดนั้นสามารถใช้ได้ทั่วไป แม้กระทั่งร้านเล็กๆในเมืองเล็กๆ เช่น อัลกีซาร์ (Alqueza)

ซื้ออะไรดี

สําหรับที่ชอบสินค้าแบรนด์เนม ต้องไม่พลาดที่จะมองหาร้าน แบรนด์เนมสัญชาติสเป็น เช่น Zara, Mango, Bershka, Camper หรือ Desigual นอกจากนี้สเปนยังมียี่ห้อที่โด่งดังอื่นๆ ที่หายากใน ประเทศอื่น เช่น Custo Barcelona ขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับ สําหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีร้านอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วไป เช่น บาร์เซโลนาซึ่งเป็นที่ตั้งของสํานักงานใหญ่ มาดริด บิลเบา มายอร์กา เป็นต้น และ Kowalski ที่เมืองเลออน มีชื่อเสียงเรื่องรองเท้า ทั้งสําหรับผู้หญิงและผู้ชาย

ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของสเปนคือ Corte Ingles ตั้งสาขาอยู่แทบจะทุกเมือง มีสินค้าให้เลือกหลากหลายแต่ก็ไม่ครบทุกสิ่ง หากมองหาสินค้าประเภทอาหารที่มีคุณภาพหรืออาหารท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า Corte Ingles สามารถตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

shopping-spainish

ของที่ระลึกจากสเปน

น้ำมันมะกอก นอกจากสเปนจะผลิตน้ำมันมะกอกมากที่สุดในโลก แล้วยังถือว่าเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมะกอกที่คุณภาพดีที่สุดในโลกอีกด้วย ฮาเอนในอันดาลูเซียผลิตปริมาณน้ำมันมะกอก 1 ใน 10 ของทั่วโลก ราคาน้ำมันมะกอกที่นี่ก็ถูกมากและหาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป น่าซื้อมาเก็บไว้ทําอาหารเพราะบ้านเราราคาแพง แต่ปัญหาน่าหนักใจคือวิธีนํากลับมา อาจจะลองซื้อขวดเล็กๆ ที่สวยงามมาเป็นที่ระลึกก็ได้ ผลมะกอกเองก็ถูกมาก ซื้อมาไว้กินเอง หรือเป็นของฝากรับรองว่าไม่ผิดหวัง

Bota หรือถุงหนังใส่ไวน์ เดิมบุด้วยกระเพาะแพะ แต่ปัจจุบันจะบุข้างในด้วยพลาสติก

หญ้าฝรั่น ถ้าชอบทําอาหาร หรือจะซื้อเครื่องเทศอื่นๆ เช่น มินต์ หรือลาเวนเดอร์ บาเลนเซีย และกรานาด้าคือแหล่งช้อปปิ้งของคุณ

ไวน์ ถึงคุณจะไม่ดื่มไวน์แต่ ก็ควรติดไม้ติดมือกลับมาสักขวดเป็นของฝาก ไวน์ที่สเปนราคา ถูกมาก ขวดหนึ่งอาจไม่ถึง 1 ยูโรด้วยซ้ำ แถมรสชาติยังใช้ได้อีกด้วย

นอกจากไวน์ บรั่นดีจากเมือง เฆเรซก็เป็นผลิตภัณฑ์ชั้นยอด บ้างว่าดีกว่าของฝรั่งเศสด้วยซ้ำ เฆเรซเป็นเมืองที่ผลิตเหล้าเชอร์รี่ ด้วยราคาไม่แพงเช่นกัน แต่สําหรับใครที่ไม่ชอบเชอร์รี่เพราะ หวานไป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ มีชื่ออย่างอื่นก็ Vino Dulce จากมาลาก้า Rioja จากริโอฆา และกาบ่า หรือ Cava แชมเปญ แบบสเปนจากแคว้นคาเทโลเนีย และไซเดอร์ Sidra Asturiana

รองเท้าหนัง อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพของสเปนซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่จําเป็นต้องเป็นสินค้าแบรนด์เนม สามารถเลือกดูได้ตามร้านรองเท้าทั่วไป ราคาไม่แพงและยังถูกกว่าของอิตาลีมาก

เสื้อยืดยี่ห้อ Kukuxumusu เป็นยี่ห้อของสเปน หาซื้อได้ทั่วไป แต่ร้านของยี่ห้อเองจะอยู่ที่มาดริด ใกล้โอเปร่าเฮาส์ มักเป็นลายสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเสื้อยืด ประเภท “I Love Madrid

ที่น่าซื้ออีกอย่างก็คือ ฮามอง (Jamon) หรือแฮม ชาวสเปน ภูมิใจในแฮมของตัวเองเหมือนที่ชาวฝรั่งเศสภูมิใจในไวน์ แฮมของสเปนจะเก็บไว้อย่างน้อย 1 ปี แต่ปกติมักจะเป็น 2 ปี แฮมที่ขึ้นชื่อ มาจากอูเอลบา ซาลามังกา หรือ Alpujarras ใกล้กรานาด้า นอกจากแฮม Chorizo หรือไส้กรอกผสมเครื่องเทศก็รสชาติเยี่ยม เช่นกัน

ซีดีฟลาเมงโก้ ฟลาเมงโก้ยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะ แถบอันดาลูเซีย มาดริด และบาร์เซโลนา ลองแวะไปชมในร้านขายซีดีฟลาเมงโก้โดยเฉพาะแล้วขอให้เจ้าของร้านช่วยเลือกให้สักชุด

พัด (Abanico) มีลวดลายสวยงาม เหมาะสําหรับหน้าร้อนในสเปน ซึ่งร้อนตับแลบ ไม่แพ้เมืองไทย ทั้งหลายที่ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ

ดาบจากโตเลโด โตเลโดมีชื่อเรื่องโลหะมานานนับร้อยๆ ปี ผลิต ทั้งดาบและเกราะป้อนกองทัพในยุโรปจนกระทั่งอาวุธสมัยใหม่เข้ามาแทนที่ ตอนนี้โตเลโดผลิตดาบเพื่อขายนักท่องเที่ยว แต่ยังคงคุณภาพของตนไว้ ถ้าดาบใหญ่ไปก็อาจจะซื้อเป็นพวกมีดปิดซองจดหมายเป็น ที่ระลึก แม้ปัจจุบันจะใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์กันหมดแล้วก็ตาม

โปสเตอร์การสู้วัวกระทิง พร้อมชื่อตัวเองในช่องที่ปกติจะเป็นชื่อของนักสู้วัวตัวจริง หาซื้อได้ง่ายที่เซบีย่า มีตามสนามสู้วัวทุกที่ มองหา สัญลักษณ์ “Tu Nombre Aqui” (ใส่ชื่อคุณเองได้ที่นี่)

ถ้าชอบผ้าลูกไม้ คาเทโลเนียมีชื่อเสียงทางด้านนี้ รวมทั้งผ้าชนิดอื่น ด้วย แต่ถ้าหากอยากได้เฟอร์นิเจอร์ แนะนําให้ซื้อที่บาเลนเซีย พวกเครื่องประดับทํามือของกอร์โดบา พรม หรือเครื่องปั้นดินเผา ของกรานาด้า

ช้อปปิ้งในมาดริด

สถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ตามเส้นทางรถบัสสายท่องเที่ยว Gran Via & Puerta del Sol แถบนี้มีร้านดังๆ ตั้งอยู่และเป็นร้านขนาดใหญ่ที่เด่นๆ ก็มีร้านในเครืออินดิเท็กซ์ (Inditex) เช่น Zara, Pult & Bear and Stradivarius เมื่อได้ไปแถบนี้ อย่าลืมแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าด้วย เพราะตึกแถวกรัง เบียมีหลังคา ที่สวยงามน่าสนใจเป็นอย่างมาก

Principe Pio ศูนย์กลางคมนาคมทางรถไฟและรถประจําทาง ที่ห้างสรรพสินค้าทันสมัยอยู่ด้านบน เป็นทําเลที่สะดวกในการช้อปปิ้ง เพราะเดินทางง่ายเนื่องจากอยู่ใจกลางเมือง

Calle José Ortega y Gasset เป็นย่านหรูหราอยู่สักหน่อย ประเภทที่ภรรยานักฟุตบอลจะไปจับจ่ายซื้อของกัน ในย่านนั้นจะพบ ABC Serrano ห้าง 3 ชั้นที่มีร้านเสื้อผ้ายี่ห้อดังและ แพงที่สุดของยุโรปอยู่ด้วย

Fuencarral & Hortaleza ไม่ไกลจากกรัง เบีย ย่านนี้เป็นสวรรค์ของหนุ่มสาว ถัดไปทางขวาคือ ย่านชูเอก้า (Chueca) ชุมชนชาวเกย์ของมาดริด ทางด้านซ้ายคือ Malasana ย่านที่ทันสมัย ที่สุดของเมืองแม้ว่าจะเห็นแถวนี้จะเต็มไปด้วยร้านยี่ห้อดังๆ แต่ร้านที่ขายของเทรนดี้ ดีไซน์เฉพาะตัว และราคาไม่แพงก็หาได้ใน แถบนี้ เช่น Hortaleza มีร้านรองเท้าราคาไม่แพงด้วย

Opera ย่านรอบๆโอเปร่าเฮาส์ เหมาะสําหรับคนรักเสียงดนตรี ที่อยากหาเครื่องดนตรี โดยเฉพาะกีตาร์ที่ทําในสเปน

Corte Ingles ห้างสรรพสินค้าเครือที่ใหญ่ที่สุดของสเปนห้าง แต่ละห้างมีขนาดใหญ่มาก ถ้าหาซื้ออะไรไม่ได้ในสาขามากมายของห้างนี้ ก็ยากที่จะหาจากที่อื่นแล้ว

บางคนชอบเดินซื้อของในตลาดนัดมากกว่าจะเดินห้าง เพราะมันมีเสน่ห์กว่า ตลาดนัดในมาดริดมีหลายที่ แต่ที่ใหญ่และเป็นที่รู้จักมาก ที่สุดคือ เอล ราสโต (EL Rastro) ตลาดวันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 08.00 น. และวายราวๆ 15.00 น. ตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Tirso de Molina และ La Latina ปัจจุบันสินค้าที่นี่ไม่ถูกหรือมีสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของตนเองเหมือนสมัยก่อนน้อยลง เดี๋ยวนี้สินค้าก็เหมือนกับตลาดทั่วไป แต่ยังไงก็ยังควรจะไปเที่ยวชมเพราะมันเป็น สัญลักษณ์ของมาดริดไปเสียแล้ว บางที่คุณอาจจะใช้เวลากว่าครึ่งวัน เดินดูของในตลาดก็เป็นได้ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง ซีดีฟลาเมงโก้ มือสอง รูปเก่าๆ ของมาดริด สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหารแถวนั้นเหมาะที่จะไปนั่งดื่มกินหลังตลาดวาย เนื่องจากคนจะไปตลาดกันแน่นขนัด ระมัดระวังพวกล้วงกระเป๋าที่จะแทรกซึม ไปกับฝูงชนด้วย

สําหรับผู้ที่ชอบหนังสือควรแวะไปชมตลาดหนังสือ Cuesta de Moyano Book Market ใกล้ๆ กับสวนบูเอียน เรติโร ซึ่งมีหนังสือหายากมากมาย

คนที่ชอบเหรียญและแสตมป์ อย่าลืมแวะไปที่ตลาดตรงพลาซ่า มายอร์ซึ่งจัดขึ้นทุกเช้าวันอาทิตย์ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

-การขอคืนภาษีสําหรับนักท่องเที่ยว-

เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในสเปน จึงมีการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายใช้สอยซื้อของที่ระลึกในสเปน มีระเบียบการขอคืนเงินดังนี้

นักท่องเที่ยวจะได้รับเงินค่าภาษี VAT (Value Added Tax) คืน 7-16% หากซื้อของในวันเดียวกันในร้านค้าเดียวกันไม่ต่ำกว่า 90.15 ยูโร และมีเงื่อนไขว่าจะต้องนําของที่ซื้อออกไปจากสเปน หรือประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่ซื้อ

การขอคืนภาษีทําได้ในเวลาที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยยื่นเอกสารพร้อมสินค้าที่ซื้อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจและประทับตราในเอกสารแล้วให้นําหลักฐานไป ขอรับเงินภาษีคืนได้ที่ธนาคารซึ่งมีอยู่ในอาคารท่าอากาศยานนั้น หรือติดต่อ Global Blue ที่เว็บไซต์ www.globalblue.Com

นักท่องจะได้รับส่วนลดภาษีที่สูงถึง 21% (เริ่มตั้งแต่กันยายน ค.ศ. 2012) ถ้าช้อปปิ้งเกิน 90.15 ยูโรต่อใบเสร็จ แต่จะคืนภาษีได้ เฉพาะชิ้นที่คุณนํากลับบ้านเท่านั้น ซึ่งหมายถึงไม่นับบิลค่าอาหาร ค่าโรงแรม ของกินต่างๆ เพราะสินค้าพวกนี้ไม่นับเป็นสินค้าส่งออก

ชาวยุโรปจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT หรือ IVA) เมื่อซื้อสินค้าภายในยุโรปภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ที่สเปนสูงถึง 21% แต่ก็มีสินค้าและ บริการที่ได้รับส่วนลดทางภาษีหรือได้รับการยกเว้นคือ จ่ายเพียง 10% เช่น งานแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ น้ำ อาหารที่ไม่ใช่ความต้องการพื้นฐาน หรือ 4% เช่น สินค้าประเภทอาหารที่จําเป็น (ขนมปัง นม ผัก ชีส เป็นต้น) หนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ยารักษาโรค ส่วนที่ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเลย เช่น บริการ ด้านไปรษณีย์ ประกันภัย บริการทางวัฒนธรรม เช่น ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้เป็นพลเมืองยุโรปสามารถยื่นคืนภาษีส่วนนี้ สําหรับสินค้าที่จะนํากลับบ้าน

ร้านค้าในสเป็นส่วนใหญ่บริการ Tax Free Shopping Service แต่มักจะไม่ค่อยแสดงป้ายว่ามีบริการนี้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงควร สอบถาม หลายคนไม่รู้จึงต้องจ่ายเงินส่วนนี้ไป

ร้านที่มีบริการ Tax Free Shopping Service จะกรอกแบบฟอร์ม ให้เพื่อให้คุณนําไปที่แผนกศุลกากรที่สนามบินก่อนที่จะเช็กอิน เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจขอตรวจของก่อนที่จะประทับตราใน แบบฟอร์มคืนภาษีให้ เมื่อได้รับการประทับตรา คุณสามารถนําฟอร์มนั้นไปขึ้นเงินได้ที่ Bureau de Change หรือเคาน์เตอร์ ธนาคารแลกเปลี่ยนเงินตราที่อยู่ในสนามบิน

ถ้าหากไม่ได้เดินทางออกจากสเปนโดยเครื่องบิน ไม่ว่าจะโดยเรือ หรือรถไฟ ขั้นตอนในการรับเงินคืนจะยุ่งยากขึ้นอีกหน่อย คือต้องขอซองจดหมายสําหรับคืนภาษีจากร้านที่คุณทําเรื่องขอคืนภาษี

ก่อนจะออกจากสเปนให้ไปยังสํานักงานของกรมศุลกากรที่สถานีรถไฟหรือท่าเรือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจและประทับตรา และเมื่อกลับถึงเมืองไทยแล้วให้ส่งแบบฟอร์มกลับไปเพื่อรับเงินคืน โดยเลือก ได้ว่าจะรับเป็นเช็คหรือเป็นเงินโอนผ่านธนาคาร ระยะเวลากว่าคุณจะได้รับเงินคืนอาจนานถึงประมาณ 3 เดือน บางครั้งคิวในการคืนภาษีที่สนามบินอาจจะยาวและเสียเวลา คุณต้องเผื่อเวลาไปเยอะสักหน่อย แต่ถ้าหากไม่อยากไปต่อคิวและไม่อยากหอบหิ้วของที่ซื้อมา สามารถส่งของกลับผ่านทาง DHL เพราะมีสัญญาระหว่างรัฐบาล และ DHL จัดการเรื่องเอกสารให้ด้วย เงินก็ไม่ต้องไปยุ่งยากรับคืน เพราะจะถูกหักออกจากใบเสร็จเลย

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งเสื้อผ้า แบรนด์ซึ่งเป็นที่นิยมของคนสเปนและเป็นแบรนด์ของประเทศสเปนเองเลยคือ Zara และ Mango นักท่องเที่ยวจะสามารถพบเจอช็อปของ 2 แบรนด์นี้ได้ทั่วไป และมักจะมีโปรโมชั่นลดราคาอยู่เสมอ

ย่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมทั้งของสเปนและของต่างประเทศคือแถวย่านซาลามังกาในมาดริด

ย่านสินค้าราคาถูกหรือเป็นลักณะตลาดนัด วันอาทิตย์คือ เอล ราสโตของกรุงมาดริดที่จะมีเฉพาะ วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. เท่านั้น หรือถนนรัมบลาของเมืองบาร์เซโลนา ราคาอาจจะไม่ถูกนัก แต่เป็นบรรยากาศแบบตลาดนัดยามเย็น

ศูนย์กลางเมืองเพื่อแหล่งช้อปปิ้งที่ไม่ควรพลาดของ มาดริดคือ กรัง เบีย และปูเอร์ต้า เดอ โซล ซึ่งจะมี ร้านรวงและร้านอาหารมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ เลือกซื้อและเลือกรับประทาน รวมถึงบริเวณนี้ยังมีโรงภาพนตร์และโรงละครให้ได้เลือกชมกันอีกด้วย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet