PART 1: แนะนำอาหารที่เมืองต่างๆของประเทศสเปน

-FOOD & DRINK-

อาหารในแต่ละภาคของสเปนต่างกันมาก แต่ละเมืองมีอาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ สภาพดินฟ้าอากาศและภูมิประเทศที่แยกเป็นภูเขา ทะเล และที่ราบ ทําให้สเปนมีแหล่งอาหารไม่เหมือนกัน เช่น พวกที่อยู่ใกล้ทะเลก็กินอาหารทะเล พวกที่อยู่ในหุบเขาก็กินเนื้อสัตว์หรือสัตว์ป่าเป็นอาหาร แต่โดยส่วนมากแล้วอาหารสเปนนั้น ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากอาหารทะเล สิ่งที่ชาวสเปนมีเหมือนกัน คือวัฒนธรรมในการสังสรรค์ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลกว่าชาวสเปน ไม่เคยหลับใหล ชาวสเปนมีวิธีปรุงอาหารประจําท้องถิ่นเป็นอาหารจานพิเศษของทุกเมือง โดยชาวสเปนมักพูดถึงอาหารประจําแควน ของตนอย่างภาคภูมิใจเสมอ

วัฒนธรรมการกินของชาวสเปนที่มีความโดดเด่นจากที่อื่น คือ ชาวสเปนมีเวลาการทานอาหารต่างจากที่อื่น โดยเฉพาะมื้อกลางวัน และมื้อเย็น มื้อเช้านั้นจะมีเวลาไม่ต่างกับประเทศอื่นมากนัก ซึ่งชาวสเปนจะนิยมทานอาหารเช้าแบบเบาๆ เช่น กาแฟร้อนกับชูโรส์ (Churros) หรือปาท่องโก๋สเปน แตกต่างกับอาหารเช้าแบบอเมริกัน ที่จะนิยมรับประทานเป็นมื้อใหญ่ ส่วนเวลาอาหารกลางวัน ชาวสเปนจะเริ่มรับประทานอาหารกันตั้งแต่ 14.00-15.00 น. และ อาหารเย็นจะเริ่มประมาณ 20.00-21.00 น. เป็นต้นไป โดยมื้อที่ชาวสเปนนิยมทานเป็นมื้อใหญ่ที่สุดของวันคือมื้อกลางวัน ส่วนมื้อเย็นจะนิยมทานเป็นทาปาสเบาๆ แกล้มกับเครื่องดื่ม

อาหารสเปนที่รู้จักกันแพร่หลายและหากินง่ายคือ ทาปาส (Tapas) อาหารว่างที่ทําเป็นคําๆ มีหลายหลากชนิดให้เลือกตามใจชอบ ทาปาสคืออาหารที่วางขายตามบาร์ทั่วไป ชาวสเปนนิยมกิน แกล้มเครื่องดื่มตลอดเวลา ทาปาสเป็นอาหารที่แปลงมาจากอาหาร ดั้งเดิมของชาวอันดาลูเซีย เช่น หมูเค็มและเนยแข็ง ทุกแคว้นทุกเมือง ในสเปนมีทาปาสที่ปรุงตามแบบฉบับของตนเอง

TIPS:

ทาปาส มี 3 ขนาดคือ ปินโช (Pincho) นาดพอดีคํา ตาโป ขนาดใหญ่พอควร กับการเป็นของว่าง ราชิออน คือเต็มจานนาดกินอิ่ม

วิธีชิมทาปาสให้สนุกและทั่วถึง (ชิมหลายชนิด) คือย้ายบาร์ที่เข้าไปดื่มไปเรื่อยๆ ดื่มไปชิมไป ลองชิมทาปาสอย่างละคําสองคําก็พอแล้ว เขาจะมีส้อมให้จิ้มจากจานที่ใส่รวมกัน กินเสร็จแล้วก็ทิ้ง เม็ดมะกอก ไม้จิ้มฟัน กับผ้าเช็ดปากลงพื้นตามธรรมเนียมสเปนด้วยจึงจะครบเครื่อง

เกร็ดน่าสนใจของการรับประทานทาปาสตามร้านอาหารก็คือ บางเมืองบางแคว้นของสเปน เมื่อนักท่องเที่ยวสั่งเครื่องดื่มจะมีทาปาส แถมฟรี 1 ชุดเสมอ เช่นที่กรุงมาดริด เมื่อนักท่องเที่ยวสั่งเครื่องดื่ม 1 อย่างจะมีทาปาสจานเล็กๆ แถมมาให้โดยมากจะเป็นพวกมันฝรั่งทอด ถั่วต่างๆ เป็นต้น แต่บางเมืองอย่างบาร์เซโลนา หากต้องการลิ้มลอง ทาปาส นักท่องเที่ยวต้องสั่งแยก เพราะไม่มีการแถมทาปาส เมื่อสั่งเครื่องดื่มตามร้านอาหาร เป็นต้น

TIPS:

ในสเปน คําว่า “เมนู” (Et Menu) คือรายการอาหารประจําวันที่ไม่ใช่อาหารจานหลัก แต่เป็นอาหารประจําวันราคาถูก ส่วนรายการอาหารหลักจะเรียกว่า “ลา การ์ต้า” (La Carta)

อาหารจานเด่นของแต่ละเมือง

  • อาหารของมาดริด

เมื่อพระเจ้าเฟลีเปที่ 2 ทรงตั้งกรุงมาดริดขึ้นเป็นเมืองหลวงของประเทศ ทําให้กรุงมาดริดกลายเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องอาหารการกินด้วย เรียกว่าถนนทุกสายของอาหารในท้องถิ่นทั่วสเปนหลั่งไหลมาสู่ภัตตาคารในกรุงมาดริด จึงเป็นการยากที่จะบอกว่าอาหารจานใดเป็นอาหารที่เป็นต้นแบบดั้งเดิม ของชาวมาดริด ผลก็คืออาหารในมาดริดได้ชื่อว่าเป็นอาหารสเปนแท้ๆ มากกว่าที่พบในครัวของท้องถิ่น มาดริดจึงมีภัตตาคารอาหารของแคว้นต่างๆ ให้ชิมกันทั่วเมือง

อาหารมาดริดมักปรุงจากเนื้อแกะกับเนื้อลูกวัว ทั้งๆที่กรุงมาดริดมีอาหารทะเลจําพวกกุ้งปลาอุดมสมบูรณ์ จนอาจเรียกได้ว่า เป็นสวรรค์สําหรับคนชอบอาหารทะเล มาดริดเป็นตลาดปลาที่ ใหญ่มาก ใหญ่เป็นที่ 2 ของโลก รองจากโตเกียว ดังนั้นจึงมีอาหารทะเลสดๆ มากมายทั้งในตลาดและภัตตาคาร อาหารจานเด่นของมาดริด คือ ซุปถั่วเม็ดโต เนื้อแกะ และหมูย่างบนเตาไฟฟีน อาหารจานที่ มีชื่อคือ หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) กับซุปกระเทียม (Callos) หรือ ผ้าขี้ริ้ววัว และโกสิโด (Cocido) หรือสตูแบบมาดริด ไวน์ดีประจํา ท้องถิ่นคือ ปิโนส์ เด มาดริด (Vinos de Madrid) ของหวานของ ชาวมาดริดคือ รอสโกส เดล ซานโต (Roscos del Santo) ซึ่งเป็น ของหวานที่กินกันในเทศกาลซาน อิสิโดร

วิธีที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสประสบการณ์อาหารแบบมาดริดได้อย่างทั่วถึงคือการออกไปทานทาปาสยามค่ำคืน ย้ายจากร้านหนึ่งไปยังร้านหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะได้รับบรรยากาศที่หลากหลายของแต่ละสถานที่แล้ว อีกสาเหตุหนึ่ง คือที่มาดริด การสั่งเครื่องดื่ม 1 ชนิด จะได้ทาปาสเป็นของแถมมาด้วย ดังนั้นการออกทานทาปาสและการสังสรรค์ยามค่ำคืนจึงกลายเป็น วัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ฝังรากลึกของคนมาดริด

แหล่งร้านอาหารและบาร์ที่มีชื่อเสียงของมาดริดจะกระจายตัวอยู่ตามย่านปูเอร์ต้า เดล โซล (Puerta del Sol) ย่านลาติน่า (La Latina) พลาซ่า เด ซานต้า อาน่า (Plaza de Santa Ana) กาบ่า บาค่า (Cava Baja) กาบ่า อัลต้า (Cava Alta) และจัตุรัสพลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor) หรือถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์ แบบหรูหราที่ยังคงความดั้งเดิม ย่านซาลามังกา (Salamanca) ก็มีร้านอาหารและบาร์สไตล์ดั้งเดิมให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองอย่างทั่วถึง

หากนักท่องเที่ยวชื่นชอบบรรยากาศแบบงานแฟร์และตลาดสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการลิ้มลองทาปาสและอาหารการกินแบบ คนมาดริดเลยคือ ตลาดซาน มิเกล (Mercado de San Miguel) ซึ่งถึงแม้จะมีคํานําหน้าชื่อว่าตลาด แต่ที่ตลาดซาน มิเกลนี่มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และร้านขายของที่หรูหราและมีสไตล์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเลือกซื้ออาหารขบเคี้ยวแบบทาปาส เครื่องดื่มไวน์ เบียร์ ไอศกรีม ไปจนถึงอาหารทะเลสดๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

spain-food

เว็บไซต์: www.mercadodesanmiguel.es

นอกจากนี้อีกตลาดหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงไม่แพ้กันคือ ตลาดซาน อันตอน (Mercado de San Anton) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์อาหารแบบทาปาส รวมทั้งการจับจ่ายอาหาร ทั้งสดใหม่ แบบสั่งกลับบ้านก็มีไว้ให้บริการเช่นกัน ตลาดนี้ตั้งอยู่ใน ย่านชูเอก้า (Chueca) มีชื่อเสียงเรื่องชีวิตกลางคืนและได้ชื่อว่าเป็น ย่านของชาวเพศที่ 3 ที่มีชื่อเสียงของสเปนอีกด้วย

เว็บไซต์: www.mercadosananton.com

  • อาหารของแคว้นบาเลนเซีย

แคว้นนี้ได้ชื่อว่าเป็นแคว้นที่มีอาหารทะเลสดๆ มีไวน์รสชาติกลมกล่อม เป็นดินแดนของแสงแดดและพืชผักผลไม้ โดยเฉพาะส้มที่รสชาติดีมาก บาเลนเซียเป็นแหล่งปลูกข้าวของสเปน จึงมีอาหารจานข้าวเป็นหลัก ชาวบาเลนเซียรู้จักวิธีเอาอาหารดีๆในท้องถิ่น มาปรุงเป็นอาหารอร่อยๆ หลายอย่าง อาหารจานเด่นของที่นี่คือ ปาเอย่า บาเลนเซียน่า (Paella Valenciana) หรือข้าวหุงใส่ หญ้าฝรัน คล้ายข้าวหมกของมุสลิม นับเป็นอาหารจานพิเศษประจํา แคว้น

การหุงข้าวใส่หญ้าฝรั่นที่เรียกว่าปาเอย่านี้มีหลายสูตร สูตรดังที่ รู้จักกันดีคือ ปาเอย่า มาริเนร่า (Paella Marinera) คือข้าวหุงกับ หญ้าฝรั่น ใส่ผักกับกุ้งหอยปูปลา ข้าวกับปลาไหลราดซอส ที่พบ บ่อยๆ คือ ปาเอย่า มิกซ์ต้า (Paella Mixta) หรือข้าวกับไก่ แต่ จานที่ชาวบาเลนเซียเรียกว่า บาเลนเซียน่า (Valenciana) นั้น เป็น ข้าวหุงหญ้าฝรั่น ใส่ไก่ ผัก กับหอยทาก

spain-food

การหุงข้าวใส่หญ้าฝรั่นแบบบาเลนเซียใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าหุง ไม่ได้วิธีหุงข้าวปาเอย่าของชาวสเปน ต้องใช้เตาถ่านหุงข้าวในกระทะ สเปนใบแบนที่เรียกว่า ปาเอลเยร่า (Paellera) ซึ่งเมื่อใส่เครื่องปรุง ลงไปครบแล้วจะไม่คนอาหารในกระทะเลย การหุงขาวแบบนี้แม่ครัวต้องมีฝีมือ มิฉะนั้นข้าวจะดิบหรือไหม้ติดก้นกระทะได้ง่ายๆ

อาหารอีกจานหนึ่งของบาเลนเซีย วิธีปรุงคล้ายกับปาเอย่า แต่ใช้แป้งที่ทําเป็นเส้นคล้ายพาสต้า กินแทนข้าว นั่นคือ ข้าวดํา (Black Rice) เรียกในภาษาท้องถิ่นบาเลนเซียว่า “อาโรส เนเกร” (Arros Negre) ชาวบาเลนเซียใช้สีดําจากถุงหมีกของปลาหมึกทําให้ข้าวนี้มีสีดํา

spain-food

เครื่องดื่มที่มีชื่อของบาเลนเซียคือ ชูฟ่า (Chufa) ทําจากธัญพืช ชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายเมล็ดข้าว ลักษณะเครื่องดื่มนี้เป็นสีขาวเหมือน น้ํานมข้าว ใส่น้ําแข็งให้เย็นจัด ดื่มแล้วชื่นใจ

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet