PART2: แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงมาดริด

madrid-2

-สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงมาดริด-

  • มูเซโอ้ เดล ปราโด้ (Museo Nacional del Prado) หรือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติปราโด้ (Prado National Museum)

พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของมาดริด เป็นแหล่งสะสมภาพเขียนล้ำค่าแห่งหนึ่งของโลก มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 7,600 ภาพ รูปสลักมากถึง 1,000 รูป นอกจากจะมีภาพเขียนของศิลปินชื่อดังของสเปน เช่น ฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) เดียโก เบลัซเกซ (Diego Velazquez) เอล เกรโก (EIGreco) และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย นักท่องเที่ยวที่ชื่นชม

ผลงานศิลปะถึงกับกล่าวว่าการได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งชาติปราโด้ และได้ชมภาพเขียนเหล่านี้นับเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีค่ายิ่ง เป็นการเดินทางที่คุ้มค่าในสเปน

พิพิธภัณฑ์นี้จัดว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคอลเล็กชันภาพเขียนของประเทศสเปนที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์ที่สุด และเนื่องจากขนาดที่ใหญ่โต ของพิพิธภัณฑ์นักท่องเที่ยวควรวางแผนก่อนการเข้าชมโดยเลือกว่าศิลปะชนิดใด ของใคร และยุคใดที่นักท่องเที่ยวสนใจ สามารถศึกษาข้อมูลจากโบรชัวร์ของพิพิธภัณฑ์ที่มีการแบ่งแปลนของอาคารจัดแสดงเป็นส่วนๆ ทําให้ง่ายต่อการเข้าชม

เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และ ปิดทําการในวันที่ 1 มกราคม 1 พฤษภาคม และ 25 ธันวาคมของทุกปี ค่าเข้าชมคนละ 14 ยูโร อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน หลัง 18.00 น.  www.museodelprado.es

  • มูเซโอ้ ตีเซ่น-บอร์เนมิสซ่า (Museo Thyssen-Bornememisza) หรือพิพิธภัณฑ์ตีเซ่น-บอร์เนมิสซ่า (Thyssen- Bornemisza Museum)

หรือเป็นแหล่งสะสมผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่อลังการของประวัติศาสตร์ศิลปะในยุโรป ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ แห่งชาติปราโด้และพิพิธภัณฑ์เรน่า โซเฟีย ด้วยที่ตั้งที่มีไม่ไกลกันนักทั้ง 3 พิพิธภัณฑ์นี้จึงได้ชื่อว่าเป็นสามเหลี่ยมทองคําของศิลปะพิพิธภัณฑ์นี้ สะสมผลงานศิลปะตั้งแต่ปี 1920 มีผลงานภาพเขียนของจิตรกรที่มีชื่อเสียงทั้งหลายของโลก

ตั้งแต่เอล เกรโกไปจนถึงปีกัสโซ ประดับ เรียงรายไว้ตามผนังในพิพิธภัณฑ์ ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือผลงานศิลปะในช่วงยุคอิมเพรสชั่นนิสม์และโพสต์อิมเพรสชันนิสม์ นักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนของศิลปินอย่างฟาน ก็อกซ์ หรือแวนโกะห์(Van Gogh) ฟรันซิสโก ปีซาร์โร (Francisco Pizarro) และโกลด มอแน หรือโมเนต์ (Claude Monet) ก็ไม่ควรพลาดจุดเด่นอีกอย่างของพิพิธภัณฑ์ดีเซ่น-บอร์เนมิสซ่าคือขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก

เมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติปราโด้ซึ่งมีคอลเล็กชันของงานศิลป์ที่ละม้ายคล้ายกันเปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-19.00 น. และ วันจันทร์ตั้งแต่ 12.00-16.00 น. พิพิธภัณฑ์ปิดทําการทุกวันที่ 1 มกราคม 1 พฤษภาคม และ 25 ธันวาคม ควรตรวจสอบเวลาท ของพิพิธภัณฑ์ก่อนเข้าชมทุกครั้งwww.museothyssen.org/en/thyssen/folletos

madrid-2

  • พิพิธภัณฑ์มูเซโอ้ นาซิโอนัล เซนโตร เด อาร์เต้ เรน่า โซเฟีย (Museo Nacional Centro de Arte Reina Sofia)

เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งศิลปะของยุคศตวรรษที่ 20 เปิดทําการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1992 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ได้รับการตั้งชื่อตามพระราชินีของสเปน พิพิธภัณฑ์เรน่า โซเฟียตั้งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติปราโด้และพิพิธภัณฑ์ดีเซ่น-บอร์เนมิสซ่า สามารถเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์เรน่า โซเฟียได้ทางรถไฟใต้ดินโดยลงที่ สถานีอะโตชะ (Atocha) พิพิธภัณฑ์เรน่า โซเฟียจัดแสดงงานศิลป์ของสเปนเป็นหลักไฮไลต์ ของพิพิธภัณฑ์นี้คือคอลเล็กชันงานศิลป์ของ 2 ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ 20 นั่นคือ ปาโบล ปีกัสโซ (Pablo Picasso) และซัลบาดอร์ ดาลี (Salvador Dati) งานศิลป์ที่จัดแสดงโดยมากจะเป็นงานศิลป์ แบบศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) ซึ่งอาจจะเป็นที่เข้าใจยากของ หลายๆ คน อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ก็เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปเมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนมาดริด

เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-เสาร์และวันจันทร์ตั้งแต่ 10.00-21.00 น. และวันอาทิตย์ตั้งแต่ 10.00-19.00 น. พิพิธภัณฑ์ปิดทําการทุกวันอังคาร วันหยุดตามปฏิทิน วันที่ 1 และ 6 มกราคม 1 และ 15 พฤษภาคม 9 พฤศจิกายน และ 24, 25 และ 30 ธันวาคม ค่าเข้าชม คนละ 8 ยูโร i www.museoreinasofia.es/en

madrid-2

  • พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor) เป็นย่านเก่าแก่รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของมาดริดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และกลุ่มอาคารที่สวยงาม พลาซ่า มายอร์ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 บนพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ ตามพระราชประสงค์ของกษัตริย์เฟลีเปที่ 3 ซึ่งนักท่องเที่ยวจะพบอนุสาวรีย์สําริดของพระองค์ได้ที่จัตุรัส พลาซ่า มายอร์มีรูปร่างเป็น สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ซึ่งถูกรายล้อมด้วยกลุ่มอาคาร 3 ชั้นซึ่งทำ

หน้าที่เป็นห้องพักอาศัยของชาวเมือง ตัวอาคารมีระเบียงขนาดเล็กที่สวยงาม หันหน้าสู่กลางจัตุรัสจํานวนถึง 237 ระเบียงด้วยกัน ตัวจัตุรัสมีทางเข้าออกทั้งหมด 9 ประตู

ในอดีตจัตุรัสลานหินแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของเมือง เป็นสถานที่ประกอบพิธีสําคัญ เช่น พิธีราชาภิเษก ศาลสอบสวนทางศาสนาที่สําเร็จโทษผู้กระทําผิด และเป็นสนามสู้วัว ปัจจุบันพลาซ่า มายอร์ เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศและความงามสมัยศตวรรษ ที่ 17 ให้สัมผัสอยู่ทุกซอกมุม มีร้านกาแฟให้นั่งพักดื่มมองดูความเคลื่อนไหวของผู้คนในจัตุรัสแห่งนี้

  • ปูเอร์ต้า เดล โซล (Puerta del Sol) หรือประตูแห่งพระอาทิตย์ (Gate of the Sun)

คือย่านซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นย่านช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของมาดริด

ดังนั้นบริเวณนี้จึงเป็นศูนย์กลางระบบถนนของเมือง นอกจากนั้นปูเอร์ต้า เดล โซลยังเป็นที่ตั้งของ หอนาฬิกาชื่อดังที่ชาวสเปนใช้ในการนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่ ชาวสเปนจะทานองุ่นทีละเม็ดตามเสียงวินาทีนับถอยหลังของนาฬิกา เรือนนี้ ซึ่งถือว่าประเพณีนี้มีความสําคัญและถือปฏิบัติกันทุกปี นอกจากนั้นแล้วปูเอร์ต้า เดล โซลยังเป็นที่ตั้งของอีกสัญลักษณ์หนึ่ง ของกรุงมาดริด นั่นคือรูปปั้นหมีและต้นมาโดรนโย่ (Oso yel Madrono) ซึ่งเหมาะแก่การเก็บภาพเป็นที่ระลึกเป็นอย่างมาก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet