Barcelona เมืองน่ารักที่เป็นแหล่งกำเนิดของศิลปินระดับโลก

-แคว้นคาเทโลเนีย หรือคาตาโลเนีย หรือกาตาลุญญา Catalonia kšə Cataluña-

มีความสําคัญที่สุดในสเปนตะวันออก มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ ตั้งแต่เทือกเขาพิเรนีสไปจนจรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมีชายฝั่งทะเลยาวมากกว่า 500 กิโลเมตร แคว้นนี้ประกอบไปด้วย 4 จังหวัด คือ บาร์เซโลนา (Barcelona) ชีโรน่า (Girona) เยย์ดา (Leida) และตาร์ราโกนา (Tarragona) มีอาณาเขตติดกับประเทศฝรั่งเศส และประเทศอันดอราร์ทางทิศเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทิศตะวันออก และติดกับแคว้นอารากอนและบาเลนเซียของ สเปนทางตะวันตกและทิศใต้ตามลําดับ มีภาษาเป็นของตัวเองคือ ภาษาคาตาลันซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาสเปน แคว้นนี้มีความพยายามที่จะแยกตัวออกจากสเปน เนื่องจากคนคาตาลันเชื่อว่าพวกตน มีเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมที่ต่างกับคนสเปน (Castilian) สภาพภูมิอากาศของแคว้นนี้มีความหลากหลาย โดยบริเวณที่มีผู้คนอาศัยหนาแน่นอย่างบริเวณจังหวัดบาร์เซโลนา ตาร์ราโกนา และ จิโรนามีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนบริเวณจังหวัดเยย์ดาและ ตอนในของจังหวัดบาร์เซโลนามีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนภาคพื้นเมืองสําคัญคือบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีประชากรมากที่สุดของแคว้น

  • เมืองบาร์เซโลนา (Barcelona)

เมืองหลวงของแคว้น เป็นเมืองใหญ่ลําดับ 2 ของสเปนและเป็นเมืองท่าสําคัญของประเทศอีกด้วย บาร์เซโลนาเป็นเมืองที่คึกคัก มีชีวิตชีวามาตั้งแต่ในอดีต เพราะเป็นเมืองที่ชาวกรีก ฟินิเชียน โรมัน วิสิกอท และมัวร์เคยอยู่มาแล้วทั้งนั้น นอกจากนั้นยังเป็นเมืองกําเนิดศิลปินที่เป็นจิตรกรที่มีชื่อดังก้อง เช่น ชูอัน มีโร (Joan Miro) เป็นแหล่งศูนย์รวมงานสถาปัตยกรรมของศิลปินเอกของโลกอย่าง แอนโทนี เกาดี้ หรืออันตอนี เกาดี้ (Antonio Gaudi) ที่โดดเด่น และมีลักษณะเฉพาะของตัวเองสูง ที่บาร์เซโลนานักท่องเที่ยวจะสามารถพบผลงานของเกาดีได้มากที่สุด โดยเฉพาะผลงานชิ้นเอกของเขา นั่นคือวิหารซากราด้า ฟามีเลียที่ยังไม่ทันจะสร้างสําเร็จ นักสถาปนิกชื่อดังก็จบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียก่อน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารและสวนสาธารณะฝีมือของสถาปนิกชื่อดังท่านนี้อีกหลายแห่ง

บาร์เซโลนาเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1992 ทําให้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมืองนี้มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานกว่ากรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ ถนนใหญ่หลายสายสวยงามด้วยอาคารที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิก จนเมืองนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองโกธิก” นอกจากนี้บาร์เซโลนายังมีชายทะเลและท่าเรือให้นักท่องเที่ยวได้ พักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย ถึงแม้ว่าชายหาดจะไม่ได้มีทรายละเอียด ขาวนวล แต่ก็ถือว่าชายหาดของบาร์เซโลนาเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ต่างๆ ครบครันไม่แพ้ที่อื่น สะดวกสบายด้วยร้านค้าและร้านอาหาร รวมทั้งสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ

ผลงานสถาปัตยกรรมของแอนโทนี เกาดี้

วิหารซากราด้า หรือซากราด้า ฟามีเลีย (Sagrada Familia)

อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบาร์เซโลนา เป็นสิ่งก่อสร้างซึ่งมียอดสูงเพรียวเสียดฟ้า รูปแบบอันมีเพียงหนึ่งในโลก วิหารนี้ได้รับการประกาศ จากยเนสโกให้เป็นมรดกโลก ถึงแม้ว่าซากราด้านั้นจะยังสร้างไม่เสร็จก็ตาม ตัววิหารประกอบไปด้วยหอคอยทั้ง 4 หอที่ยืนทะมึนเป็นหลัก เจาะฉลุเป็นช่องหน้าต่างไล่ลดหลั่นทําให้ดูโปร่งขึ้น ส่วนยอดหอคอยนั้นถูกตกแต่งด้วยโมเสกกระเบื้องเคลือบลวดลายแปลกตา รูปปั้น รูปแกะสลักของเทวดาและเทวทูตอันพราวพร้อยตรงส่วนหน้าวิหาร ทรงแหลมเพรียว วิหารนี้เป็นศิลปะแบบโกธิก แต่เป็นโกธิกแบบพิเศษ ดังสมญา “วิหารแห่งศตวรรษที่ 20” แต่เป็นที่น่าเสียดายที่แอนโทนี เกาดี้นั้นได้จากไปก่อนที่จะสร้างวิหารแห่งนี้เสร็จ ซึ่งปัจจุบันวิหารแห่งนี้ ก็ยังคงดําเนินต่อไป การก่อสร้างของมหาวิหารเป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากเงินทุนที่มาจากเงินบริจาค นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม มหาวิหารได้ทุกวัน ซึ่งการเข้าชมจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่เป็นหอคอยของวิหารนั้นสามารถขึ้นลิฟต์ไปชมวิวของเมืองบาร์เซโลนาได้ ส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหลักคือส่วนของมหาวิหาร สามารถซื้อบัตรเข้าชมแยก หรือบัตรรวมทั้งหอคอยและตัวมหาวิหาร โดยราคาจะเริ่มต้นที่ 14,80 และ 19.30 ยูโรตามลําดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าต้องการไกด์ทัวร์ด้วยหรือไม่

การเดินทาง: สามารถทําได้โดยรถไฟใต้ดิน ลงที่สถานี Sagrada Familia
เว็บไซต์: www.sagradafamilia.cat

-ปาร์ก กูเอล (Park Guel)

ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ห่างจากตัวเมืองบาร์เซโลนา ออกไปทางเหนือ มีสวนสาธารณะอื่นๆ อยู่ติดกันเป็นพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่ เดิมที่ปาร์ก กูเอลถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ของการเป็นย่าน ที่พักอาศัย แต่สุดท้ายก็กลายเป็นสวนสาธารณะแทน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้โดยขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Lesseps จากนั้น เดินตามป้ายที่มีบอกอยู่ทุกๆ 300 เมตร ปาร์ก กูเอล นั้นถือว่าเป็นจุด ชมวิวของเมืองบาร์เซโลนาที่ดี สวนนี้ประกอบไปด้วยโขดเป็นเนินดิน ธรรมชาติ สวนไม้พุ่มไม้ดอก ทิวปาล์ม ป่าสนอัลไพน์ และยังมีสถาปัตยกรรมหรือสิ่งก่อสร้าง 4-5 จุด ตามทางเดินในสวนที่เรียกว่า Promenade นั้นคือเส้นทางเดินซึ่งขอบ 2 ด้านก่อด้วยก้อนศิลากับ คอนกรีตเป็นรูปเสาสูงคล้ายลําต้นปาล์ม บนยอดเสาแต่ละด้าน ทําเป็นช่องไว้เพื่อ “ลง” ต้นไม้ใบเขียว เบื้องล่างของ Promenade หนุนอยู่ด้วยเสาซึ่งก่อด้วยหิน เอียงลาดเป็นอุโมงค์ศิลาอันสวยงาม และร่มรื่น จุดเด่นอีกแห่งคือ Entrada Principal (Main Terrace) ซึ่งเป็นลานกว้าง ขอบลานมีกําแพงเตี้ยๆ รูปทรงคดโค้ง ตกแต่งด้วย กระเบื้องโมเสกหลากสี ว่ากันว่าลวดลายโมเสกบางส่วน แอนโทนี เกาดี้บรรจงแต่งด้วยมือของเขาเอง ข้างใต้ Main Terrace นี้ เป็นโถงกว้างใหญ่คล้ายวิหารกรีก ที่เพดานออกแบบให้เป็นปุ่มป่า ประดับด้วยเกล็ดกระเบื้องสีขาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม สวนแห่งนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

-มหาวิหารแห่งบาร์เซโลนา (Catedral de la Santa Creu i Santa Eulalia)

มหาวิหารแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ตัวโบสถ์ บริเวณทางเข้า San Ivo ได้รับการยกย่องว่าสะท้อนถึงเอกลักษณ์ อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของโกธิกแบบคาตาลัน โดยไฮไลต์ของ มหาวิหารแห่งนี้คือทางเข้าของวิหาร ระเบียงทางเดินของวิหาร และ โบสถ์ซานต้า ลูเซีย

การเข้าชมมหาวิหารมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 6 ยูโร สําหรับ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันและเวลาทําการ ค้นหารายละเอียดได้ที่ www.catedralbcn.org

-พิพิธภัณฑ์ปีกัสโซ (Museu Picasso)

จิตรกรระดับโลกที่ ใช้ชีวิตอยู่ในบาร์เซโลนาได้ทําการบริจาคภาพเขียนจํานวน 2,500 ภาพ ให้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี 1970 ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่คนรักศิลปะจะได้ชื่นชมผลงานชิ้นเยี่ยมยอดของเขา นอกจากนั้นภายในพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงชีวประวัติและความเป็นมาของศิลปินชื่อดัง ของโลกผู้นี้ไว้อีกด้วย 

เว็บไซต์: www.museupicasso.bcn.cat/en

-ย่านโกธิกของบาร์เซโลนา (Barcelona’s Gothic Quarter)

หรือเรียกในภาษาคาตาลันว่า บาร์รี โกธิก (Bari Gotic) เป็นย่านเมืองเก่าที่ริมถนนมีอาคารที่ก่อสร้างด้วยหินเป็นบ้านเรือนในยุคกลาง (ศตวรรษที่ 13-15) ปัจจุบันเป็นร้านค้าสลับกับร้านกาแฟ โรงแรมเล็กๆ และร้านอาหารคั่นอยู่เป็นระยะๆ การเดินบนถนนสายนี้เหมือนได้เดินย้อนเข้าไปในประวัติศาสตร์ เพราะย่านแห่งนี้เต็มไปด้วยร่องรอยอารยธรรมโรมัน

-ถนนรัมบลา (La Rambla)

ถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนา ทอดตัวยาวตั้งแต่ Plaga de Catalunya ไปถึงอนุสาวรีย์โคลัมบัส (Monument a Colom) ตลอดเส้นทางของถนนรัมบลา เต็มไปด้วยแผงขายหนังสือพิมพ์ ร้านขายดอกไม้ ร้านขายสัตว์เลี้ยง และ ศิลปินเปิดหมวกอยู่มากมาย จึงถือได้ว่าถนนรัมบลานั้นเป็นถนนสายที่มีชีวิตชีวาและหลากหลายที่สุดในบาร์เซโลนา ทั้งนักท่องเที่ยวและ คนในท้องถิ่นมักมารวมตัวกันที่นี่ ราคาสิ่งของและอาหารจึงราคาสูงไปตามจํานวนนักท่องเที่ยว หากต้องการซื้อของหรือทานอาหาร ลองเดินเข้าไปตามซอยที่แยกออกจากถนนรัมบลา อาจได้พบกับสินค้าพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชาวบาร์เซโลนาอย่างแท้จริงมากขึ้น

-Placa d’Espanya

เป็นวงเวียนขนาดใหญ่ที่มีรถไฟใต้ดินผ่านหลายสายเช่นเดียวกับบริเวณถนนรัมบลา สิ่งที่สะดุดตาอย่างมากเมื่อ โผล่ขึ้นมาจากรถไฟใต้ดินคือ หอคอยคู่สีอิฐที่ตั้งตระหง่านด้วยความสูง

มากกว่า 10 ชั้น เป็นจุดเด่นอันหนึ่งในบาร์เซโลนา หอคอยคู่นี้เปรียบเสมือนปากทางที่จะนําไปสู่มอนต์จูอิก ซึ่งเป็นภูเขาลูกย่อมๆ ที่ด้านบนมีสถานที่หลายๆแห่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Museu Nacional d’Art de Catalunya พิพิธภัณฑ์ของแคว้นคาเทโลเนีย สนามกีฬา สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ฯลฯ การเดินขึ้นสู่ยอดเขา มอนต์จูอิกนั้น ถึงแม้จะเป็นเขาลูกย่อมๆ แต่ก็เหนื่อยเล็กน้อย ทั้งที่บางจุดมีบันไดเลื่อนให้ โดย Museu Nacional d” Art de Catalunya นั้นถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 1920 เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงาน World Exhibition

-Port Olimpic ตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีท่าจอด เรือยอชต์ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายอาหาร คาเฟแบบ cafeacute นับร้อยกว่าร้าน และชายหาดที่สวยงาม จุดเด่นของที่นี่คือ ปลาทองแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์และตึกคู่

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet