3 เมืองน่าเดินทางไปเที่ยวในแคว้นอารากอน ประเทศสเปน

-แคว้นอารากอน หรืออารากอง Aragon หรือ dragon-

เป็นแคว้นที่มีชายแดนติดกับฝรั่งเศสและเทือกเขาพิเรนีส ประกอบไปด้วย 3 จังหวัดคือ ฮูเอสก้า (Huesca) ซาราโกซ่า (Zaragoza) และ เตรูเอล (Teruel) สภาพภูมิอากาศของแคว้นนี้เป็นแบบภาคพื้นทวีปปานกลาง (Continental Moderate) ซึ่งมีอุณหภูมิที่ต่างกันตามระดับ ความสูงจากน้ำทะเล แคว้นนี้มีชื่อเสียงเรื่องสภาพภูมิประเทศที่เป็น ภูเขา ธารน้ำแข็งทําให้อารากอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสําหรับคนรักสกี เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อํานวยและสกีรีสอร์ตที่มีไว้บริการมากมาย

แคว้นนี้ยังเป็นบ้านเกิดของศิลปินคนสําคัญของสเปน อย่างฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบมูเดคาร์ ที่มีทั้งปราสาทเก่าและพระราชวังที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยยเนสโก รวมทั้งเป็น ซานเตียโก้ (Camino de Santiago) ส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญศักดิ์สิทธิ์ที่รู้จักกันในนาม กามิโน เด

สถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนแคว้นอารากอนคือ บาซิลิก้า เด นูเอสตร้า ซินยอร่า เดล ปิลาร์ (Basilica de Nuestra Senora del Pilar) ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดซาราโกซ่า สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติก็มีอุทยานแห่งชาติที่ขึ้นชื่ออย่างออร์เดซา อี มอนเต้ เปร์ดิโด้ (Ordesay Monte Perdido) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะ แก่กิจกรรมผจญภัยและกิจกรรมกลางแจ้งเป็นอย่างมาก รวมทั้ง บริเวณเทือกเขาพิเรนีสซึ่งเป็นจุดเล่นสกีที่มีชื่อเสียง i www.turismodearagon.com

  • เมืองฮูเอสก้า (Huesca)

สถานที่ท่องเที่ยวที่สําคัญของเมืองนี้คือ เทือกเขาพิเรนีส (Pyrenees หรือ Pyrenees) ซึ่งเป็นแหล่งสกีที่สําคัญของแคว้นอารากอน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติ ออร์เดซา อี มอนเต้ เปร์ดิโด้ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของฮูเอสก้าก็มีให้เที่ยวชมหลายแห่ง เช่น มหาวิหารแห่งฮูเอสก้า (Catedral de Huesca)

ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบโกธิก โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นระหว่างสมัย ศตวรรษที่ 13-16 บนบริเวณที่เคยเป็นสุเหร่า หรือนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์และบาโรก วัดซาน ควน เดอ ลา เปนย่า (San Juan de la Pena) ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจ เมืองฮูเอสก้ายังมีปราสาทโบราณที่มีสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ที่ น่าประทับใจ ปราสาทโลอาร์เร่ (Castilo de Loarre) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์สมัยช่วงศตวรรษที่ 11 ถูกสร้างขึ้นโดย พระราชดํารัสของกษัตริย์ซานโช รามิเรซที่ 1 (Sancho Ramirez 1)

ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในป้อมปราการแบบโรมันที่สําคัญที่สุดในสเปน ปราสาทแห่งนี้มีความโดดเด่นเรื่องผังปราสาทที่ไม่เหมือนปราสาททั่วไปด้วยกําแพงคู่และหอคอยทรงกระบอก รวมถึงยังมี โบสถ์แบบโรมาเนสก์สถาปัตยกรรมแบบศตวรรษที่ 12 อย่างโบสถ์ ซานต้า มาเรีย (Catedral de Santa Maria de Huesca) ตั้งอยู่ภายในของปราสาทแห่งนี้ด้วย

เมืองฮูเอสก้ามีของพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงอย่างไวน์ที่มีการทําเป็น เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อตามไปดูกระบวนการผลิตและทดลองชิมบน เส้นทางนี้ซึ่งมีชื่อว่า Ruta del Vino de Somontano 

เว็บไซต์: www.huescaturismo.com/en/carne-turistico

  • เมืองเตรูเอล (Teruel)

อารากอนเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมแบบมูเดคาร์ ดังนั้นทั้ง 3 จังหวัดภายใต้แคว้นนี้จึงมีสถาปัตยกรรมดังกล่าว กระจายให้เห็นอยู่ทั่วไป แต่ถ้านักท่องเที่ยวสนใจที่จะชมสถาปัตยกรรมแบบมูเดคาร์ที่ขึ้นชื่อและสวยงามที่สุด เตรูเอล คือคําตอบที่ดีที่สุด เนื่องจากเมืองนี้ถูกปกครองโดยแขกชาวมัวร์อยู่นาน สถานที่สําคัญที่ไม่ควรพลาดคือโบสถ์ประจําเมืองอย่างโบสถ์ ซานต้า มาเรีย (Catedral de Santa Maria de Teruel) ที่มีสถาปัตยกรรมแบบมูเดคาร์ที่มีชื่อเสียงขนาดได้การยกย่องจากยูเนสโก

รวมทั้งโบสถ์และหอคอยซัลวาดอร์ (Torre de la Iglesia del Salvador) มีสถาปัตยกรรมแบบมูเดคาร์ที่สวยงาม และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเช่นกัน โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดของโบสถ์ซานต้า มาเรีย Iglesia de San Pedro และ Iglesia del Salvador นอกจากสถาปัตยกรรมแบบมูเดคาร์แล้ว เมืองเตรูเอลยังมีศิลปะของช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้ได้ชื่นชมกันที่ Prado del Navazo Shelter ซึ่งเป็นภาพเขียนบนผนังถ้ําอายุประมาณ 5,000-7,000 ปีก่อนคริสตกาล

เว็บไซต์: www.turismo.teruel.es

  • เมืองซาราโกซ่า (Zaragoza)

เมืองหลวงของจังหวัดที่มีชื่อเดียวกันและยังมีสถานะเป็นเมืองหลวง ของแคว้นอารากอนอีกด้วย ตั้งอยู่แถบแม่น้ำเอโบร (Ebro) ถือว่าเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรมอีกแห่ง โดยมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชาวโรมันและแขกมัวร์ อยู่ในหุบเขาระหว่างแม่น้ำเอโบร ทําให้เกิดภาพ เมืองที่มีหมู่บ้านเล็กๆ ระหว่างหุบเขาและมีวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์สวยงามเป็นอย่างยิ่ง เมืองซาราโกซ่ามีทัศนียภาพที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทรายไปจนถึงพื้นป่าเขียวชอุ่ม ทุ่งหญ้าเขียวขจี สลับกับเทือกเขามากมาย

เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้ว โดยชาวไอบีเรียน โรมัน เกอท และชาวอาหรับ ดังจะเห็นได้จากศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งยังมีอาคารสไตล์บาโรกที่สร้างตามแบบชาวสเปนอีกด้วย ปัจจุบันนี้สภาพเศรษฐกิจในเมืองนั้นเติบโตมาก โดยเฉพาะมีบริษัทข้ามชาติมาทําธุรกิจที่เมืองนี้เป็นจํานวนมาก ซาราโกซ่ายังเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมแบบต่างๆมากมาย ตั้งแต่สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ สถาปัตยกรรมแบบ เดคาร์ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

รวมทั้งสถาปัตยกรรมซิสเทอเชียน (Cistercian) ที่เป็นสถาปัตยกรรม ซึ่งพบเห็นได้จากโบสถ์และวัดอารามของศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิก โดยสถาปัตยกรรมดังกล่าวจะเน้นความเรียบง่าย และเน้นประโยชน์การใช้สอยเป็นสําคัญ นอกจากนี้ยังมี สถาปัตยกรรมเชฟเฟอริก (Sephradic) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม แบบชาวยิวซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาก่อน สถานที่มีชื่อเสียง ที่นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมสถาปัตยกรรมดังกล่าวได้คือ Sos, Uncastillo bla: Ejea de los Caballeros

ซาราโกซ่ามีเทศกาลที่น่าสนใจอย่าง เฟียสต้า เดล ปิลาร์ (Fiesta del Pilar) ซึ่งเป็นเทศกาลประจําเมืองนี้ เป็นการฉลองให้กับนักบุญประจําเมือง การเฉลิมฉลองจะมีขึ้นทุกวันที่ 12 ของเดือนตุลาคมและทําการ เฉลิมฉลองกันต่อเนื่องถึง 10 วัน การเฉลิมฉลองจะประกอบด้วยการแสดง และกิจกรรมต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ บริษัทห้างร้านต่างๆก็จะมีการเตรียมการ แสดงแสงสีเสียง การประกวดและกิจกรรมต่างๆ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วม

เว็บไซต์: www.zaragoza.es

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet