แนะนำ 3 เมืองน่าเที่ยว ใน ‘แคว้นบาเลนเซีย’ ประเทศสเปน

-แคว้นบาเลนเซีย หรือวาเลนเซีย Valent-

มีเมืองหลวงชื่อเดียวกับแคว้นคือ บาเลนเซีย (Valencia) เป็นเมืองใหญ่ลําดับที่ 3 ของสเปน เป็นเมืองแถบชายฝั่งทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ที่มีชายฝั่งยาวกว่า 500 กิโลเมตร แคว้นนี้

ประกอบไปด้วย 3 จังหวัดคือ อลิกันเต้ (Alicante) กาสเตยอน(Castellon)  และบาเลนเซีย (Valencia) แคว้นนี้มีสภาพภูมิอากาศ มีอากาศดีตลอดทั้งปี เนื่องจากอยู่ใกล้กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

  • เมืองบาเลนเซีย หรือวาเลนเซีย (Valencia)

อยู่ห่างจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพียง 3 กิโลเมตร บาเลนเซีย เป็นศูนย์กลางและเมืองหลวงของแคว้นที่มีชื่อเดียวกัน เมืองนี้เดิมที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ตอนหลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ปัจจุบันการท่องเที่ยวกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง ด้วยความที่บาเลนเซียเป็นเมืองที่ร่ำรวยไปด้วยศิลปะ ประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรม บาเลนเซียยังมีเทศกาลที่มีชื่อเสียงอย่าง ฟัลยาส (Las Fallas) ซึ่งจะมีขึ้นทุกเดือนมีนาคม เทศกาลนี้เป็นการ เฉลิมฉลองให้กับนักบุญโจเซฟ จะมีการเฉลิมฉลองด้วยการเดินพาเหรด ที่ประชาชนมาเดินขบวนและจุดดอกไม้ไฟ เทศกาลนี้มีการเฉลิมฉลองติดต่อกันยาวนานถึง 5 วันด้วยกัน

นอกจากนี้บาเลนเซียยังมีเทศกาลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง โตมาติน่า (Tomatina) ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการต่อสู้ด้วยการปามะเขือเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม

สําหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารสเปน บาเลนเซียนับว่าเป็น สวรรค์ของนักชิม เนื่องจากบาเลนเซียเป็นแหล่งกําเนิดของอาหาร ขึ้นชื่อของสเปนอีกอย่างคือ ปาเอย่า (Paella) ดังนั้นเมื่อโอกาสมาเยือน บาเลนเซียแล้วก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง และเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของเมืองบาเลนเซีย ผลไม้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เมืองนี้มีไม่ขาด แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ส้มบาเลนเซีย (Valencia Orange) ที่ผู้คน ส่วนใหญ่ต่างรู้จักกันเป็นวงกว้าง

ชายหาดและทะเลก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งโด่งดังไม่แพ้กัน ขับรถเพียง 15 นาที่จากตัวเมืองบาเลนเซียก็สามารถสัมผัสกับบรรยากาศชายทะเลที่ ได้มาตรฐานของยุโรปและมีสิ่งอํานวยความสะดวกครบครัน ชายหาด ดังกล่าวนี้คือ Arenas, Malvarrosa และ Cabanal หรือคนที่ชื่นชอบความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติก็สามารถเลือกไปที่ชายหาด Saler ซึ่งตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติอัลบูเฟรา (Parque Natural de la Albufera) ห่างจากตัวเมืองบาเลนเซียไปประมาณ 10 กิโลเมตรก็ได้

เว็บไซต์: www.visitvalencia.com

  • เมืองอลิคันเต (Alicante)

อลิคันเต หรืออลาคาน (Alacan) เป็นหนึ่งในเมืองท่าของสเปนที่ ตั้งอยู่บนคอสต้า บลังกา (Costa Blanca) ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทําให้อลิคันเตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สําคัญของประเทศสเปนทางชายฝั่งตะวันออก เมืองนี้นอกจากจะมีชายหาดและทะเลที่สวยงามแล้ว ยังมี สถาปัตยกรรมเก่าแก่และกิจกรรมกลางแจ้งเช่นกอล์ฟ มีสนามกอล์ฟที่มีวิวของเทือกเขาตัดกับท้องทะเลให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการมากมาย

สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองอลิคันเตที่ไม่ควรพลาดคือ ปราสาท ซานต้า บาร์บาร่า (Castilo de Santa Barbara) ตั้งอยู่บนยอดเขา เบนากานติล (Monte Benacanti) เดิมที่ปราสาทแห่งนี้ทําหน้าที่เป็นป้อมปราการของชาวมัวร์ ต่อมาในสมัยของพระเจ้าเฟลีเปที่ 2 ก็ได้รับ การปรับปรุงใหม่ และทําหน้าที่ป้องกันเมืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17-19 ตัวปราสาทโดนโจมตีบ่อยครั้ง ต่อมาในปี 1963 ปราสาทได้มีการ เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือ โบสถ์ซานต้า มาเรีย (Basilica de Santa Maria) ซึ่งเป็น โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองอลิคันเตและยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนอาณาเขตของมัสยิดเก่าและมีสถาปัตยกรรม แบบโกธิกในช่วงศตวรรษที่ 14-16

สําหรับผู้ชื่นชอบการเดินเล่นริมชายทะเลและการช้อปปิ้ง เมืองอลิคันเตก็มีบริเวณที่ตอบรับความต้องการนี้ได้อย่างดีเยี่ยมที่ Explanada de Espana เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนและช้อปปิ้งริมชายทะเลชื่อดัง นักท่องเที่ยว จะพบร้านค้าและร้านอาหารเรียงรายมากมาย

ตามทางเดินที่มีสีสันแห่งนี้ ซึ่งนอกจากจะ สามารถจับจ่ายซื้อของทํามือหรือของพื้นเมือง ของที่นี่แล้ว ยังได้ซึมซาบประสบการณ์ และวิถีชีวิตแบบคนอลิคันเตอีกด้วย 

เว็บไซต์: www.alicanteturismo.com

  • (Castellón)

มีเมืองหลวงชื่อ กาสเตยอน เด ลา ปลานา (Castellon de la Plana) มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างชายทะเลและภูเขา ถือเป็นจังหวัดที่มีความหนาแน่นของเทือกเขามากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ดังนั้นการท่องเที่ยวตามธรรมชาติจึงถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของที่นี่

สถาปัตยกรรมและอนุสรณ์สถานที่สวยงามก็เป็นสิ่งที่จังหวัดนี้มีมากมายอีกเช่นกัน สถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือ ปราสาทโมเรย่า (Castilo de Morella) ตั้งอยู่บนยอดภูเขาหิน ปราสาทนี้เคยเป็น ป้อมปราการที่สําคัญในสมัยของมุสลิม มีกําแพงยาวประมาณ 2 กิโลเมตรครึ่ง หอคอยทั้งหมด 14 หอ และทางเข้าออกทั้งหมด 6 ประตู ปราสาทแห่งนี้ยังเคยทําหน้าที่เป็นคุกเมื่อช่วงสมัยยุคกลางด้วย นอกจากนี้จังหวัดกาสเตยอนยังมีปราสาทที่น่าสนใจอีกแห่งคือ ปราสาทเป็นยิสโกล่า (Castilo de Peniscola) ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองนี้ ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นโดยอัศวินเทมพลาร์ (Templar Knights) บนที่ตั้งของป้อมปราการเก่าของชาวมัวร์

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet