เที่ยวชม 3 เมืองแห่งสถาปัตยกรรมล้ำสมัย ‘แคว้นบาสก์’

-แคว้นบาสก์ หรือปาอิส บาสโก Basque or Pais Vasco-

เป็นถิ่นที่ชาวยุโรปดั้งเดิมอาศัยอยู่ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอาหารชื่อดังอย่างปินโช (Pincho) ซึ่งมีลักษณะคล้ายทาปาส แต่ปินโชจะมาพร้อมกับไม้เสียบ นักท่องเที่ยวสามารถหาปินโชทานได้ตามร้านอาหารหรือบาร์ทั่วไปในแคว้นบาส์ก ชาวบาสก์ภูมิใจในประวัติศาสตร์ของตนมาก และกล่าวเสมอว่าชาวบาสก์ไม่เคยยอมจํานนต่อผู้รุกราน

ทุกวันนี้ชาวบาสก์มีภาษาเป็นของตนเอง ชาวบาสก์ เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่เคร่งมาก แคว้นนี้ประกอบไปด้วย 3 จังหวัด คือ อลาบา (Alava) บิซกายา (VizCaya) และกิซโกอา (GipuzCoa) สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของแคว้นนี้มีตั้งแต่เมือง ชายฝั่งที่สวยงาม อย่างเมืองซาน เซบาสเตียน (San Sebastian) ซาราอุตซ์ (Zarautz) และเกทโช (Getxo) รวมทั้งเมืองอื่นที่มี ชื่อเสียงอย่างเมืองบิลเบา (Bilbao) และบิตอเรีย (Vitoria)

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความทันสมัยและสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นไม่ควรพลาดพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์หรือสะพานแขวนที่เลื่องชื่ออย่างสะพานบิซกายา (EL Puente de Vizcaya) ที่ได้รับ การประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก แคว้นนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบและสัมผัส

เว็บไซต์: http://tourism.euskadi.net/en

  • จังหวัดอลาบา (Alava)

จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นบาสก์และมีความกว้างใหญ่ มากที่สุดของแคว้นนี้ มีเมืองหลวงชื่อว่า บิตอเรีย (Vitoria) ซึ่งก็เป็น เมืองหลวงของแคว้นบาสก์อีกด้วย เมืองนี้มีมหาวิหารแบบโกธิกชื่อดัง อย่างมหาวิหารซานต้า มาเรีย เด บิตอเรีย (Catedral de Santa Maria de Vitoria) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่ควร พลาดชมเป็นอย่างมาก เมืองนี้ยังมีเทศกาลที่มีชื่อเสียงอย่าง Fiestas de la Virgen Blanca ที่มีขึ้นทุกเดือนสิงหาคม จังหวัดอลาบา ยังอุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติด้วยอุทยานทางธรรมชาติ 4 แห่งและอ่างเก็บน้ําอีกหลายแห่ง เหมาะจะเป็นสถานที่สําหรับ ทํากิจกรรมกลางแจ้งเป็นอย่างมาก

  • จังหวัดกิปซโกอา (GuipuzCoa หรือ Gipuzkoa)

จังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องชายฝั่งและชายหาดสวยงามที่รู้จักกันในนาม Basque Coast ซึ่งเต็มไปด้วยชายหาดที่มีชื่อเสียงมากมายของทะเล กันตาเบรียน (Cantabrian Sea) หรือหน้าผาหินที่มีรูปร่างแปลกตา ที่มีชื่อเสียงอย่างที่ Deba และ Zumaia มีเมืองหลวงคือ ซาน เซบาสเตียน (San Sebastian) ที่มีส่วนผสมของสถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่รวมกันอย่างลงตัว และ

นอกจากเมืองซาน เซบาสเตียนจะมีชายหาดมากมายให้ได้พักผ่อนแล้ว ตลอดชายฝั่งก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกระจายอยู่มากมายให้เลือกเข้าชมอย่างสะดวกสบาย เมืองนี้ยังเป็นเมืองแห่งชายหาดและรีสอร์ต มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ด้วยอาคารบ้านเรือนและชายหาดที่สวยงาม ทําให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวสเปน

-เมืองซาน เซบาสเตียน (San Sebastian)

San Sebastian หรือ Donostia ตั้งอยู่ที่ชายฝั่ง Cantabrica เป็นเมืองขนาดกลางที่มีประชากรราว 2 แสนคน ถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขาสีเขียวด้านหนึ่งและทะเลอีกด้าน บางคนก็ยกย่องให้ เป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในสเปน โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวมานานหลายปี โดยเฉพาะในช่วง Belle Epoque

ซาน เซบาสเตียนนั้นประกอบไปด้วย 3 ชายหาดคือ Concha Ondarreta และ Zurriola โดยหาด Concha และ Ondarreta นั้นเหมาะกับการว่ายน้ำและใช้เวลาทั้งวันบนชายหาด ในขณะที่หาด Zurriola นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องการเล่นเซิร์ฟซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งปี ในส่วนเมืองเก่านั้นก็ประกอบไปด้วยถนนแคบๆ และร้านค้าเล็กๆ บาร์ ร้านอาหาร และที่พัก ในช่วงเย็นของวันศุกร์และวันเสาร์จะมีชีวิตชีวาและเหมาะแก่การออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านเป็นอย่างยิ่ง ที่เมืองนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารของแคว้นบาสก์ด้วย คุณสามารถทานอาหารทั้งเซตได้ที่ร้านอาหารเพียงร้านเดียว อาจจะลองปินโชหรือ ทาปาสหลายๆชนิดที่มีขายอยู่ในบาร์ก็ได้ เวลาที่หาปินโชทานได้คือ ช่วง 12.00-01.30 น. และ 19.00-21.00 น.

สถานที่ที่ควรไปแวะชม เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ โรงละคร Palacio de Congresos y Auditorio Kursaal ศูนย์แสดงนิทรรศการ Cubes และพิพิธภัณฑ์ Museo San Teimo หรือ Perla Spa Baths และยังสามารถเดินทางไปยังหมู่บ้าน Pasajes de San Juan และ Fuenterrabia บนเกาะเล็กๆตรงข้ามกับหาด Concha โดยเช่าเรือไปก็ได้

งานรื่นเริงที่เมืองนี้มีอยู่เกือบทั้งปี แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คงจะเป็นงานเทศกาลดนตรีแจ๊ซในเดือนกรกฎาคม และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในเดือนกันยายน ซาน เซบาสเตียนนั้นยังนับได้ว่าเป็น เมืองหนึ่งที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในสเปน อากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรเตรียมร่มและเสื้อผ้ากันหนาวไว้เสมอ ถึงแม้จะอยู่ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนก็ตาม

  • จังหวัดบิซกายา (VizCaya)

มีเมืองหลวงคือ บิลเบา (Bilbao) ซึ่งเป็นถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของแคว้นบาสก์นี้ บิลเบามีจุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่ล้ำสมัยซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น และเป็นจุดเด่นของเมืองนี้อีกด้วยคือพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ นอกจากนี้ ยังมีอีกสถาปัตยกรรมหนึ่งที่มีความโดดเด่นจนได้รับการยกย่องจาก ยูเนสโกนั่นคือ สะพานแขวนบิซกายา (Puente de Vizcaya) ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

-พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ (Museo Guggenheim) พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ออกแบบโดย Frank Geory ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35,000 ตารางเมตร ด้วยรูปทรงแปลกตา โดยอาคารถูกห่อไว้ด้วยแผ่นไทเทเนียม ในพิพิธภัณฑ์นั้นจะมีการสลับสับเปลี่ยนการแสดงงานนิทรรศการออกไปแล้วแต่ช่วงเวลา และส่วนของห้องแกลเลอรี่ ห้องแสดงงานศิลปะนั้นมีทั้งงานศิลปะในนิทรรศการหมุนเวียนและ นิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์เองที่สามารถเยี่ยมชมได้ทั้งปี

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พิพิธภัณฑ์จะเปิดทุกวันตั้งแต่ วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. โดยช่องจําหน่ายบัตรเข้าชม จะหยุดจําหน่ายบัตรก่อนพิพิธภัณฑ์ปิดประมาณ 30 นาที และในส่วนห้องแสดงภาพจะปิดก่อน 15 นาที ก่อนเวลาปิดพิพิธภัณฑ์ ราคาบัตรเข้าชมคือ 13 ยูโร การเข้าชมนั้นสามารถเช่าเครื่องมือช่วยอธิบาย หรืออาจรวมกลุ่มเพื่อจ้างเจ้าหน้าที่เดินอธิบายก็ได้

สถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งคือ ส่วนเมืองเก่าของบิลเบาที่มักจะมีถนนสายแคบๆ และเต็มไปด้วยบาร์และร้านขายของเล็กๆ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ทางทะเลและพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ส่วนร้านค้าและ แหล่งช้อปปิ้งนั้นจะอยู่ที่ Plaza Moyua และกรัง เบีย (Gran Via)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet