แพลนเดินทางท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน ที่มาดริด บาร์เซโลนา

-มาดริด บาร์เซโลนา-
3 Days 2 Nights

วันที่ 1 พิพิธภัณฑ์แห่งมาดริด-ลา รัมบลา-บาร์เซโลนา

เริ่มทริปกันที่มาดริด ซึ่งเป็นเมืองหลวงหลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้วจุดแรกที่จะเข้าชมคือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติปราโด้ที่มีคอลเล็กชันงานศิลปะชื่อดังระดับโลกรวมอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทั้งศิลปินชาวสเปนหรือต่างชาติ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์นี้กว้างใหญ่ นักท่องเที่ยวอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงเพื่อจะชมให้ทั่ว หลังจากนั้นหากยังไม่เหนื่อยจนเกินไปนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมอีก 2 พิพิธภัณฑ์ชื่อดังของมาดริดอย่างเรน่า โซเฟียและ พิพิธภัณฑ์ตีเซ่น-บอร์เนมิสซ่า ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

หลังจากชื่นชมความงามของคอลเล็กชันระดับโลกของทั้ง 3 พิพิธภัณฑ์แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถหามื้อกลางวันแบบเซตเมนู ตามแบบชาวสเปนได้ตามร้านอาหารบริเวณใกล้ๆ พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่งที่รับรองได้ว่ามีตัวเลือกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรมากมาย ต่อจากนั้นเดินทางโดยรถไฟใต้ดินต่อไปไม่ไกลนักเพื่อไปยังสถานี รถไฟความเร็วสูงเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองบาร์เซโลนา

การเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงจากมาดริดไปบาร์เซโลนานั้น แสนจะง่ายดายและใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถถือโอกาสนี้พักผ่อนเท้าอันเหนื่อยล้าจากการเดินพิพิธภัณฑ์มาทั้งวัน นอกจากนั้นรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือเรนเฟยังมีเส้นทางที่ตัดผ่าน เทือกเขา ทุ่งหญ้า และหุบเขาที่สวยงาม ซึ่งก็ทําให้ตัวรถไฟนั้น กลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวไปในตัว

เมื่อถึงบาร์เซโลนาและเช็กอินเข้าที่พักโรงแรมเรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวยังมีเวลาอีกเหลือเพื่อที่จะท่องเที่ยวเมืองบาร์เซโลนา ยามเย็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ลา รัมบลา ซึ่งเป็นถนนคนเดิน ยามเย็นที่เต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดมากมาย ตั้งแต่เสื้อผ้า ของกิน ไปจนถึงต้นไม้และของฝาก แต่ก่อนจะเริ่มสํารวจถนนเส้นนี้อย่างจริงจัง นักท่องเที่ยวอาจจะอยากหามื้อเย็นรับประทานก่อนได้ หากอยากจะทําตามอย่างเจ้าถิ่นคือทานอาหารเย็นตอนช่วง 21.00 น.

หลังจากการเที่ยวชมซากราด้า ฟามีเลีย พักทานอาหารกลางวันตามใจชอบ ซึ่งก็สามารถเลือกได้ตามร้านอาหารบริเวณรอบๆตัว มหาวิหารที่มีให้เลือกมากมาย รวมถึงยังมีร้านคอฟฟี่ช็อปน่ารักๆ ให้ได้นั่งเล่นชมวิวกันอีกด้วย หลังจากมื้อกลางวันแล้วเดินทางต่อไปยังกระเช้าชมเมืองบาร์เซโลนาที่ เตเลฟิโก้ เด มอนต์จูอิก (Teleferic de Montjuic) ที่ข้ามทะเลไปยังเขามอนต์จูอิกซึ่งเป็นอีกสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งของเมืองนี้ แต่ก่อนจะไปถึง เขานี้ การนั่งเคเบิลคาร์ข้ามไปยังเขามอนต์จูอิกนั้นเป็นประสบการณ์ ที่จะไม่มีวันลืม วิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นบาร์เซโลนาได้รอบทิศ บวกกับความกว้างใหญ่ของมหาสมุทรที่อยู่เบื้องล่าง ทําให้ลืมหายใจไปได้ในบางขณะ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อมาถึงเขามอนต์จูอิก นักท่องเที่ยวก็สามารถนั่งเล่นในสวนสาธารณะ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ต้นไม้นานาพันธุ์ พร้อมบรรยากาศของยอดเขา ที่มีอากาศบริสุทธิ์และวิวพาโนรามาของเมืองบาร์เซโลนา

ก็สามารถทําได้ทั้ง 2 ทางเลือก ถนนรัมบลานอกจากจะเต็มไปด้วย ร้านรวงแล้ว ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรระวังคือโจรล้วงกระเป๋า เนื่องจากถนนรัมบลามักจะแน่นขนัดไปด้วยผู้คน และนั่นก็หมายถึงพวกลักเล็กขโมยน้อยด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรจะต้องระวังเป็นพิเศษ

นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงข้างทางของถนนรัมบลาที่เต็มไปด้วย สีสัน โดยอาจจะใช้เวลาบนถนนสายนี้ได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ทั้งนี้ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความอึด ของแต่ละคน

วันที่ 2 ซากราด้า ฟามีเลีย-มอนต์จูอิก-พักผ่อนริมชายหาด ลา บาร์เซโลเนต้า

เริ่มวันใหม่กันที่สถานที่เลื่องชื่อซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์กหรือ จุดเด่นของเมืองนี้เลยก็ว่าได้คือ วิหารซากราด้า ฟามีเลีย ผลงาน อันเลื่องชื่อของแอนโทนี เกาดี้ มหาวิหารที่งดงามเหมือนความฝัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปวิหารแห่งนี้อย่างสะดวกโดยรถไฟใต้ดิน ตัววิหารแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือตัวอาคารกับหอคอย ความงดงาม และความยิ่งใหญ่ของตัววิหารเองก็ยากที่จะบรรยายเป็นคําพูด แต่หากว่าอยากจะชมความอลังการและวิวมุมสูงของเมืองบาร์เซโลนา แล้วล่ะก็ไม่ควรพลาดการขึ้นไปชมหอคอยซากราด้า ซึ่งการขึ้นชมก็ไม่ยากเพราะมีลิฟต์ไว้คอยบริการในขาขึ้น แม้ขาลงต้องเดินมาเอง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อตัวในส่วนขึ้นชมหอคอย แยกจากตัวเข้าชมซากราด้าอย่างเดียว นอกจาก 2 ส่วนหลักๆ ของมหาวิหารแห่งนี้แล้ว ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์รวบรวมผลงานของ โทนี เกาดี้ ประวัติการก่อสร้าง และความคืบหน้าของมหาวิหารแห่งนี้ด้วย

หลังจากพักเหนื่อยแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะเดินชมสวนขนาดใหญ่บนเขามอนต์จูอิก ซึ่งนอกจากสวนแล้ว เขามอนต์จูอิก ยังมีอีกหลายสถานที่ให้เข้าชม หรือนั่งเคเบิลคาร์ข้ามกลับไปเพื่อใช้เวลาช่วงบ่ายที่เหลือบนชายหาดบาร์เซโลเนต้า (La Barceloneta) ที่นักท่องเที่ยวจะเลือกลงเล่นน้ำหรือ นั่งชมวิถีชีวิตของผู้คนบาร์เซโลนาบนหาดนี้ก็ได้

หลังจากเสร็จจากชายหาดแล้ว เดินเท้ากันต่ออีกไม่ไกลมาก เราจะไปถึงท่าเรือของบาร์เซโลนา ที่นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนนั่งชมนกนางนวล ให้อาหารปลา และวิวของท่าเรือที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังสามารถหาที่รับประทานอาหารได้บริเวณนี้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า มีบรรยากาศของท่าเรือและมหาสมุทรที่สวยงามเป็นฉากหลัง

วันที่ 3 พิพิธภัณฑ์ปีกัสโซ-ตลาดโบเกเรีย-มาดริด

หลังจากอาหารเช้าและเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม เราก็มุ่งหน้า ไปพิพิธภัณฑ์ปีกัสโซที่ไม่ควรพลาด พิพิธภัณฑ์นี้มีความสวยงามด้วย ตัวของอาคารแบบยุคกลาง ส่วนคอลเล็กชันงานศิลปะของพิพิธภัณฑ์ แห่งนี้ก็ถือเป็นคอลเล็กชันที่สมบูรณ์ที่สุดของปีกัสโซ รวมถึงงานเอก ของศิลปินเอกคนนี้คือ First Commนnion และ Science and Charity จบจากพิพิธภัณฑ์ปีกัสโซแล้ว เดินเท้ากันอีกไม่ไกลไปยัง ตลาดโบเกเรีย (Mercat de La Boqueria) ที่สามารถพัก รับประทานอาหารกลางวันได้ นอกจากนั้นตลาดนี้ยังเต็มไปด้วยสีสัน ของกินที่มีทั้งผลไม้สดที่เตรียมพร้อมรับประทาน รวมทั้งน้ำผลไม้ปั่นที่สดใหม่ ขนมหวาน ลูกอม เยลลี ฯลฯ ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของตลาดนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มองหาอาหารสดแล้วล่ะก็ ตลาดนี้มีขายทั้งผัก เนื้อสัตว์ และปลาสด รวมถึงเครื่องเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นจุดที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของตลาด นักท่องเที่ยวจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าปลานั่นสไลด์ปลาทูน่าสดๆ ที่มีขนาดเกือบเท่าพ่อค้าที่เชือดเลยทีเดียว

หลังจากมื้อกลางวันและช้อปปิ้งของฝากแล้ว เราก็ต่อรถไฟใต้ดิน ต่อไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงของบาร์เซโลนาเพื่อเดินทางกลับสู่ มาดริด

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet