ซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิส

zurich

-เมืองซูริค (Zurich)-

ซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวิส ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เป็นศูนย์รวมของระบบเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ การคมนาคม สนามบินหลักที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และยังเป็นตลาดแลกเปลี่ยนทองคําที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนทําให้หลายคนเข้าใจผิดว่าซูริคเป็นเมืองหลวง

ซูริคติดอันดับ 1 ใน 25 เมืองที่น่าอยู่อาศัยมากที่สุดในโลกเมื่อปี ค.ศ. 2012 นอกจากนี้ยังเคยติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดของโลก และเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในสหภาพยุโรป ดังนั้นเราจึงเห็นความศิวิไลซ์ ความเจริญของบ้านเมืองได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะศูนย์การค้า ถนนชอปปิง โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยว และสินค้า ที่ซูริคมีทุกอย่างให้ครบ อยู่เมืองเดียวจบแน่นอน

การเดินทางสู่เมืองชูริค

จากเมืองต่างๆในสวิส สามารถเดินทางมาเมืองซูริคได้อย่างสะดวก เพราะ ซูริคเป็นเมืองศูนย์กลางคมนาคมของประเทศอยู่แล้ว ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ขึ้นรถไฟมาได้เลย เช่น จากกรุงเบิร์น (Bern) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง, ลูเซิร์น (Luzern) ใช้เวลา 50 นาที, อินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง, บาเซิล (Basel) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง เจนีวา (Geneva) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที

นอกจากนี้ยังมีรถไฟระหว่างประเทศที่วิ่งมาจากประเทศข้างเคียง อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ มาที่เมืองซูริคด้วย ส่วนท่านที่โดยสารเครื่องบินมา สามารถเดินทางจากสนามบินซูริคเข้าสู่ตัวเมือง ด้วยรถไฟมาลงที่สถานี Zurich HB ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

การเดินทางในเมืองซูริค

ชาวซูริคปฏิเสธการสร้างระบบรถไฟใต้ดินมาโดยตลอด ดังนั้นการเดินทางในเมืองจึงใช้รถราง หรือรถประจําทางแทน มีจุดจอดรถแทบทุก 300 เมตร ดังนั้นหากไม่ต้องการเดิน การใช้รถรางก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกเหมือนกัน

ค่าโดยสารเริ่มต้น 8.20 ฟรังก์ สําหรับการใช้งาน 24 ชั่วโมง และ 4.30 ฟรังก์ สําหรับการใช้งานภายใน 1 ชั่วโมง ใช้ขึ้นได้ทั้งรถราง และรถประจําทางได้ไม่จํากัด สามารถซื้อตั๋วโดยสารก่อนขึ้นรถได้ที่ตู้จําหน่ายตั๋วอัตโนมัติ บริเวณป้ายรถราง หรือรถประจําทาง ส่วนผู้ถือบัตร Swiss Pass สามารถขึ้นรถทุกคัน ทุกขบวนได้ฟรี

ท่านที่ไม่มี Swiss Pass และต้องการเที่ยวเมืองซูริค ขอแนะนํา Zurich Card ใช้สําหรับขึ้นรถไฟชั้นสอง รถไฟไปกลับสนามบิน รถประจําทาง รถราง ในเขต ซูริคได้ฟรี รวมทั้งขึ้นเรือล่องแม่น้ําลิมมัต (Limmat) และยังใช้เข้าพิพิธภัณฑ์ในเมืองได้เหมือนกันกับ Swiss Pass มีตั๋วให้เลือกประเภท 24 ชั่วโมง ราคา 24 ฟรังก์ เดก 16 ฟรังก์ และตัว 72 ชั่วโมง ราคา 48 ฟรังก์ เด็ก 32 ฟรังก์ (ประหยัดไปได้เยอะ)

  • สถานีรถไฟซูริค (Zurich HB)

ไม่ว่าเดินทางด้วยรถไฟมาจากเมืองไหน รถจะเข้าจอดที่สถานีรถไฟซูริค (Zurich HB) สถานีนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศมีรถไฟเชื่อมต่อเมืองในสวิส และประเทศข้างเคียง ภายในสถานีมีชั้นใต้ดิน และชั้นบนสําหรับใช้เป็นชานชาลารวม 26 ชานชาลา พร้อมแหล่งชอปปิงขนาดใหญ่ หากมาสถานีซูริคเพื่อเปลี่ยนขบวนรถไฟ อยากให้เผื่อเวลาสักนิด เพราะชานชาลาไม่ได้อยู่ติดกันอาจหลงทางได้ และใช้เวลาเดินพอสมควร

ที่ชั้นบนสุดมีลานกว้างในร่ม สําหรับจัดกิจกรรมต่างๆ งานออกบูธจําหน่ายสินค้า เวทีแถลงข่าว เหนือศีรษะมองขึ้นไปจะเห็นประติมากรรมนางฟ้าร่างท้วมสีน้ำเงิน ขนาดใหญ่ ปีกสีทอง ซึ่งเป็นผลงานของ Niki de St.Phalle ศิลปินชาวอเมริกัน ใช้เป็น สัญลักษณ์จุดนัดพบในกรณีหลงทางได้เหมือนกัน

ส่วนด้านนอกสถานี มีป้ายรถราง รถประจําทางสําหรับไปยังสถานที่ในเมืองอย่างสะดวก ทั้งทางทิศใต้บนถนน Bahnhofstrasse และทิศตะวันออกริมแม่น้ำ ลิมมัต ก็มีจุดจอดที่รถวิ่งผ่านนับสิบสาย

zurich

  • ถนน Bahnhofstrasse

ด้านหน้าสถานีรถไฟฝั่งทิศใต้ มีถนนบาห์นฮอฟ (Bahnhofstrasse) พาดยาวจากหน้าสถานีรถไฟไปทางใต้จนถึงริมทะเลสาบซูริค ความยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ถนนบาห์นฮอฟเป็นถนนเส้นหลักของเมืองที่รวมห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า แหล่งชอปปิง ร้านนาฬิกา ร้านอาหาร จนได้ชื่อว่าเป็นถนนชอปปิงที่แพงที่สุดของสวิส และแพงเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรป สามารถเดินสองข้างทางริมถนนไปได้ตลอดทาง หรือถ้าอยากผ่อนแรงก็ขึ้นรถรางไปตามถนนเส้นนี้ แล้วค่อยแวะตามจุดจอดต่างๆก็ได้

ถ้าอยากแวะชอปปิงตามห้างสรรพสินค้า ขอแนะนําห้าง Jelmoli ห้างเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณถนน Sihlstrasse ตัดกับ Bahnhofstrasse ใกล้ๆ กันมหN ชื่อดังอีกแห่งอย่าง Manor รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายยี่ห้อไว้ในที่เดียว ถ้าสนใจร้านนาฬิกา มีร้าน Bucherer, Gubelin และสินค้าแบรนด์เนมอย่าง Chanel Burberry, Hermes, Louis Vuitton ก็แยกร้านออกมาตั้งเดี่ยวๆริมถนน

zurich

จากสถานีรถไฟเดินไปตามถนนราว 10 นาทีก็ถึงจัตุรัส Paradeplatz เคยใช้เป็นจุดรวมพลทั้งขบวนพาเหรดของทหาร แต่ปัจจุบันกลายเป็นจุดต่อรอง หลายสายห้อมล้อมด้วยอาคารสํานักงานสถาบันการเงินชื่อดัง เช่น HSBC, UBS Credit Suisse ที่พลาดไม่ได้คงจะเป็นการแวะชิมช็อคโกแลตร้านดังของสอน ร้านสปรุงลี (Sprungli) หากไม่คุ้นหู ก็ต้องบอกว่าเป็นเจ้าของเดียวกันกับช็อคโกแลต Lindt แต่ Sprungli วางกลุ่มลูกค้าไว้สูงกว่า รสชาติอร่อยกว่า แต่ราคาก็แพงกว่า

ถ้าเดินจากจัตุรัส Paradeplatz ต่อไปก็ยาวถึงท่าเรือ Burkiplatz ริมทะเลสาบซูริค แต่ก็ไม่ค่อยมีร้านค้าให้แวะระหว่างทางแล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นอาคารสํานักงานมากกว่า ถ้าท่านใดต้องการล่องเรือชมทะเลสาบซูริค เชิญที่ท่าเรือ Burkiplatz ตรงนี้เลย

ร้านสปรุงลี่ (Sprungl) เปิดร้านสาขาแรกในปี ค.ศ.1859 บริเวณจัตุรัส พาราเด้อพลัทซ์ (Paradeplatz) ของเมืองซูริค นอกจากขึ้นชื่อในเรื่องความหอมหวน และรสชาติของชอคโกแลตแล้ว ที่นี่ยังมีขนม Signature ที่เป็นสัญลักษณ์ประจําร้าน

อย่าง ลูกแซมบวร์กเกอร์ลิ (Luxemburgerli) ลักษณะคล้ายมาการอง แต่ชิ้นเล็กกว่า ทําให้ทานง่ายขึ้น ไม่ต้องทานชิ้นโต เมนูนี้คิดค้นโดยชาวลักแซมเบิร์กที่มาฝึกงานใน ร้านสปรุงลี มีหลากหลายรสชาติให้ลองชิม ทั้งมี และไม่มีแอลกอฮอล์โดยชังขายตามน้ำหนัก ดังนั้นถ้าซื้อเพียง 1 ชิ้น ที่นี่ก็ขาย ตกเฉลี่ยชิ้นละประมาณ 1-2 ฟรังก์

ถ้าอยากซื้อกลับมาทานที่เมืองไทยก็หิวมาได้ หากอยู่ในตู้เย็น หรือบนเครื่องบิน ขนมลุกแซมบวร์กเกอร์ลิจะมีอายุประมาณ 2-3 วัน จึงแนะนําให้ซื้อที่ร้านสปรงลี่ สาขาสนามบินซูริค ก่อนขึ้นเครื่องกลับ หรือจะซื้อชอคโกแลตแบบกล่องไปเป็นของฝากก็ได้ เพราะอายุการเก็บรักษาร่วมเดือน ถ้าอยากชิมระหว่างเดินทาง สามารถหาซื้อได้ตามร้านสปรุงในซูริค แค่เฉพาะในสถานีรถไฟก็มี 3 สาขาแล้ว

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet