เที่ยวชมความศิวิไลของเมืองหลวงประเทศจีน ‘BEIJING’

beijing-2

– BEIJING –

กรุงปักกิ่งหรือเปย์จิง เป็นเมืองหลวงของจีนเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์จีน ต่อด้วยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง จนถึงปัจจุบัน โดยมีพระราชวังต้องห้ามเป็นจุดศูนย์กลางอาคารบ้านเรือนที่อยู่นอกกําแพงพระราชวังถูกสร้างขยับขยายออกไปเรื่อยๆ ภายหลังมีการพัฒนาถนนวงแหวนและสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ทําให้ส่วนของกําแพงเก่ารอบเมืองถูกรื้อถอนไปมากมาย และชุมชนดั้งเดิมที่เรียกว่า หูท่ง ก็ถูกทดแทนด้วยอาคารทันสมัยตามนโยบายพัฒนาประเทศ แต่ยังทิ้งร่องรอยให้เราค้นหาตามมุมเล็กมุมน้อยอยู่บ้าง ส่วนผสมของความเก่าแก่ของประวัติศาสตร์กับความสะดวกทันสมัยในการเดินทาง ย่อมเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ลองเปิดใจทําความรู้จักกับหัวใจมังกรดวงนี้สักหน…

แน่นอนว่าการเดินทางในปักกิ่งก็มักจะเริ่มต้นจากใจกลางเมือง คือ พระราชวังต้องห้ามและจัตุรัสเทียนอันเหมิน และใช้เป็นจุดอ้างอิง เมื่อดูแผนที่สามารถที่จะเลือกแบ่งพื้นที่เป็นโซนเพื่อสะดวกในการท่องเที่ยว แต่การเดินเท้าในแต่ละสถานที่ท่องเที่ยว ที่จัดได้ว่าอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลมากและมีบางที่ เช่น จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก็มีการจัดระเบียบในการเดิน ต้องเดินในจุดที่กําหนดเท่านั้นโดยมีแผงเหล็กกั้นมาวางไว้ ทําให้บางจุดที่อยากเข้าไปใกล้ๆ ต้องเดินอ้อม  ทั้งที่มันอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม และแผงกั้นมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการวางในบางช่วงเวลา นับว่าเป็นการเดินที่ใช้ขาอย่างคุ้มค่าเสียจริง และควรเผื่อเวลาเดินเที่ยวไว้สักหน่อย เพราะแต่ละที่มีสิ่งน่าดูน่าชมมากมายอยู่ที่เดียว

จัตุรัสเทียนอันเหมิน
Tianan Men Square 

อยู่ทางทิศใต้ของพระราชวังต้องห้าม จัตุรัสเทียนอันเหมินมีพื้นที่กว้างใหญ่อันดับ 7 ของโลกและยังรายล้อมด้วยสถานที่สําคัญมากมาย

beijing-2

  • ประตูเทียนอันเหมิน

หรือประตูสันติภาพแห่งสรวงสวรรค์อยู่ที่ทิศเหนือจัตุรัส ตรงประตูมีภาพของเหมา เจ๋อตุงขนาดใหญ่แขวนอยู่ สร้างสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1417) เคยถูกใช้ในการประกาศ พระราชโองการสําคัญต่างๆ ของจักรพรรดิและจักรพรรดินี ส่วนประกาศสุดท้าย คือ พระราชโองการที่จักรพรรดิผู้สละราชสมบัติเมื่อ 25 ธันวาคม ค.ศ.1911 และหลังจาก ปี ค.ศ.1911 ที่ระบอบจักรพรรดิถูกล้มล้างไป ประตูแห่งนี้เองก็ถูกปิด และถูกใช้อีกครั้งในวาระ ที่เหมาเจ๋อตุงประกาศว่าจีนกลายเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1949

เสาฮว่าเปี่ยว มีทั้ง 2 ด้านของประตูเทียนอันเหมินอย่างละคู่ ที่ยอดเสาประดับด้วยสัตว์ชนิดหนึ่งชื่อ เฉาเทียนโหว่ คล้ายราชสีห์ที่มีเสียงดังร้องคําราม คอยร้องเรียกองค์จักรพรรดิ ให้กลับมาว่าราชการบ้านเมืองยามที่พระองค์ อาจจะเพลิดเพลินกับความสําราญ ประหนึ่งดังสัญลักษณ์คอยเตือนโดยมิต้องให้ขุนนางทําหน้าที่ดังกล่าวนี้

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1 สีแดง Tiananmen East หรือ Tiananmen West และรถไฟใต้ดิน สาย 2 สีน้ำเงิน Qianmen ทางออก A หรือ B แล้วเดินไปทางทิศเหนือ

  • มหาศาลาประชาชน (Great Hall of the people)

ตั้งอยู่ทิศตะวันตก สร้างปี ค.ศ. 1959 ด้าน หน้าประดับด้วยเสาหินอ่อน 12 ต้น ส่วนของอาคารมี 3 ห้องโถงเป็นองค์ประกอบคือห้องโถงกลาง ห้องโถงหอประชุม และห้องโถงสําหรับจัดเลี้ยง ที่รองรับคนได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ใช้เป็นที่ประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ เปิดให้เข้าชมยกเว้นวันที่มีการประชุม

  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน

อยู่ทิศตะวันออก ด้านในมี 2 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จีน (Chinese History Museum) ที่เก็บรักษาของโบราณก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยจักรพรรดิองค์สุดท้าย และ พิพิธภัณฑ์แห่งการปฏิวัติจีน (Chinese Revolutionary Museum) ที่รวบรวมบันทึกต่างๆ สิ่งของ ภาพวาดในสมัยยุคแห่งการปฏิวัติมาไว้ในที่เดียวกันนี้

  • อนุสาวรีย์ผู้กล้า (Monument to the People’s Heroes)

สร้างปี ค.ศ.1958 ด้วยหินแกรนิตที่ฐานมีรูปปั้น นูนต่ำแสดงภาพเหตุการณ์ปฏิวัติการปกครองมาสู่ระบอบคอมมิวนิสต์และตัวหนังสือสีทองที่สลักบนเสาเป็นลายมือของเหมาเจ๋อตุงประธานาธิบดีคนแรก ได้เขียนไว้ว่า “The People’s Heroes are Immortal” เพื่อสดุดีเหล่าวีรชนที่สละชีวิตให้กับการต่อสู้ในการปฏิวัติ และทางด้านหลังมียังลายมือของโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีคนแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน

  • ป้อมเจิ้นยาง (ประตูเฉียนเมิน) และป้อมธนูเจี้ยนโล่ว
    (Zhengyang Men (Qianmen) & Jian Lou)

ทั้งสองป้อมอยู่ทางทิศใต้ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงเพื่อป้องกันเมืองชั้นใน และทั้งสองป้อมนั้นเคยเชื่อมกัน ก่อนที่จะมีถนนเฉียนเหมินตัดผ่านกลางอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

  • สุสานเสมาเจ๋อตุง (Mausoleum of Mao Zedong)

ส่วนลานตรงกลางจัตุรัสเทียนอันเหมินใกล้กับป้อมเจิ้นหยางเป็นที่ตั้งของสุสาน เหมาเจ๋อตุง ซึ่งท่านเหมาเจ๋อตุงจะนอนอยู่ในโลงแก้วที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิเป็นพิเศษ ด้านหน้ามีรูปปั้นเหล่าวีรชนในการปฏิวัติในปี ค.ศ.1912 ในการเยี่ยมชมคารวะมีกฎห้ามนํา กระเป๋าเสื้อโค้ท และกล้องเข้าไปค่ะ ก่อนจะเดินเลยต่อไปพระราชวังต้องห้าม ถ้ายังพอมีเวลา น่าลองแวะชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีนเพราะอยู่ในเส้นทางเดินไปพระราชวังอยู่แล้ว และการ เดินย้อนกลับมาอาจทําไม่ได้เนื่องจากประตูฝั่งขาออกพระราชวังอยู่ด้านเหนือที่ไกลออกไปอีก

พิพิธภัณฑ์แช่งชาติจีน
National Museum Of China

รู้จักกับจีนให้มากขึ้นด้วยการแวะชมประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อที่รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ ตามกาลเวลา นับว่าจัดแสดงและสร้างบรรยากาศได้ดีมากและที่สําคัญฟรีด้วย!

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมี 5 ชั้น และชั้นใต้ดินแบ่งออกเป็น 49 ห้อง ของสะสมนับล้านชิ้น สร้างในปี ค.ศ.1959 ภายในจัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จีนเริ่มตั้งแต่ยุคมนุษย์ปักกิ่งเรื่อยมาจนถึง ราชวงศ์ต่างๆของจีน แสดงถึงข้าวของเครื่องใช้ในแต่ละยุค ของราชวงศ์ต่างๆ และประวัติศาสตร์ยุคสมัยการปฏิวัติเข้าสู่ระบบคอมมิวนิสต์จนกลายเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน และมีนิทรรศการแสดงรูปปั้นทองสัมฤทธิ์โบราณ งานแกะสลักพระพุทธรูป ภาพวาด หนังสือจีนโบราณ เงิน และหยกโบราณ ภาชนะเครื่องเคลือบ ถ้าจะดูให้ครบถ้วนจริงๆ ก็ควรมีเวลาอย่างน้อยค่อนวันหรือทั้งวัน

เมื่อเดินเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นผู้คนไปยืนถ่ายรูปด้วย คือ รูปปั้นสัมฤทธิ์ของคณะปฏิวัติกองทัพแดง ตั้งบริเวณห้องโถงกลางชั้น 1 นับจากซ้าย ตําแหน่งที่ 5 ที่ยืนมาข้างหน้าเล็กน้อย คือ เหมาเจ๋อตุง ผู้นําคณะปฏิวัติ และยืนข้างๆในตําแหน่งที่ 6 คือ โจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีคนแรกของจีน และใน บริเวณนี้ตรงกันข้ามมีรูปปั้นสัมฤทธิ์ที่สื่อแสดงถึงอารมณ์ของผู้ที่ถูกกระทําจากผลของสงคราม เป็นชิ้นงานที่สะเทือนใจไม่น้อยเลย

บริเวณห้องจัดแสดงจะปูพื้นประวัติศาสตร์ ตั้งแต่มนุษย์โบราณที่ตั้งรกรากอาศัยในบริเวณ ประเทศจีน ที่ถูกขุดค้นพบโครงกระดูกและมีการ จําลองรูปแบบวิถีชีวิต ทั้งการล่าสัตว์ การทําอาวุธ จากหิน การก่อไฟ และการอยู่อาศัยภายในถ้ําร่วม กัน ยุคที่คุ้นหูมากที่สุด คือ ยุคมนุษย์ปักกิ่ง ที่ขุด เจอโครงกระดูกแถบชานเมืองปักกิ่งนี้เอง มีมา เมื่อแสนกว่าปีก่อน มีลักษณะรูปร่างเตี้ย หน้าสั้น คิ้วหนายืน จมูกแบน มนุษย์ยุคนี้รู้จักการก่อไฟ ใช้หอกแหลมล่าสัตว์ ทําเครื่องนุ่งห่ม

เวลาเปิดบริการ: 09:00-17:00 น. ปิดจันทร์
ค่าใช้จ่าย: ฟรี จองตัวออนไลน์ http://en.chnmuseum.cn ได้ล่วงหน้า 3-9 วันและต้อง ปริ้นท์โค้ดที่ได้เพื่อไปรับตัวจริงพร้อมกับพาสปอร์ตที่ใช้ลงทะเบียนจองตั๋วที่รับตัวจะอยู่ ในอาคารทางขวามือ รับตัวได้ ไม่เกิน 15:30 น.
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1 สีแดง ลงสถานี TiananMen East หรือสาย 2 สีน้ำเงินลงสถานี Qian Men

Note: ห้ามนําขาตั้งกล้อง ไม้เซลฟี กระเป๋าใบใหญ่ เข้าไป จะต้องนําไปเก็บห้องฝากของอยู่ทางซ้ายมือของบันไดทางขึ้นด้านนอกอาคาร เป็นห้องใต้ฐานตึกต้องสังเกตดีๆ ช่วงที่ไปมีผู้คนต่อคิวฝากของยาวพอสมควร หากใครเจอซาวจีน (บางคน) เบียดแซงคิว (เห็น ๆ) ก็คิดซะว่า ได้มาถึงประเทศจีนแล้ว 

ค่าบริการในการฝากของ ไม่มีป้ายราคาบอกแต่อย่างใด เท่าที่สังเกตจะขึ้นกับจํานวนชิ้น และขนาด โดยพนักงานจะบอกราคาเอง เช่น ขาตั้งกล้องตัวเล็กคิด 5 หยวน ฝากแล้วจะได้เบอร์รับฝากมา เอาไว้ไปโชว์ตอนรับคืน

รูปปั้นสัมฤทธิ์แสดงถึงใบหน้าของแม่ที่เศร้าเสียใจกับการที่ลูกชายโดนฆ่า และความรู้สึกของภรรยาที่สามีถูกฝังทั้งเป็นในสงครามหนานจิง (นานกิง) อดีตเมืองหลวงจากสงครามกับ กองทัพญี่ปุ่น ผู้คนล้มตายภายใน 6 อาทิตย์ถึงหลักแสนคนในช่วงปี ค.ศ.1937 สงครามโหดร้ายนี้ได้ ชื่อว่า “Rape of Nanjing” ที่ส่งผลความรู้สึกของชาวจีนที่มีต่อชาวญี่ปุ่นมาจนทุกวันนี้

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet