เดินทางท่องเที่ยว เมืองอัพเพนเซลล์ (Appenzell)

Appenzell

-เมืองอัพเพนเซลล์ (Appenzell)-

อัพเพนเซลล์ (Appenzell) เป็นเมืองขนาดเล็กอยู่ไม่ไกลจากซังต์กัลเลน ถ้าจะเที่ยวซังต์กัลเลนอยู่แล้ว ก็แนะนําให้เพิ่มอัพเพนเซลล์ลงไปในแผนด้วย เพราะหากต้องการชมเมืองสงบเงียบ ที่นี่มีให้ครบ แต่ดูไปดูมาใช้เวลาเดินทางมาเมืองนี้นานกว่า เวลาที่เที่ยวในเมืองนี้เสียอีก เพราะเมืองมีขนาดเล็ก เดินไม่นานก็ทั่วเมืองแล้ว บางครั้งนึกว่าเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กๆมากกว่า

รถไฟจากซังต์กัลเลน เดินทางมาอัพเพนเซลล์ วิ่งผ่านชุมชนหมู่บ้านต่างๆ ในแถบชนบท สองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์ของทุ่งหญ้า บ้านเรือนสไตล์สวิส แต่เป็นรถไฟหวานเย็น ไม่ค่อยทันใจโก้สักเท่าไหร่

การเดินทางสู่อัพเพนเซลล์

สถานีรถไฟที่จะไปอัพเพนเซลล์ แยกออกมาจากสถานีรถไฟ St.Gallen ที่เราขึ้นมาเมื่อสักครู่ โดยตั้งอยู่ตรงข้ามกัน เส้นทางไป Appenzel ให้บริการโดยบริษัท Appenzeler Bahnen หรือ AB รถออกทุกครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที

ส่วนขากลับไปซูริค ไม่จําเป็นต้องย้อนมาทาง St. Gallen สามารถเปลี่ยนบรรยากาศไปทางสถานี Gossau SG ก็ได้ใช้เวลาพอๆกับทาง St. Gallen

ออกจากสถานีรถไฟ Appenzell เดินมุ่งหน้าตรงไปเล็กน้อยไม่เกิน 200 เมตร ก็ถึงถนน Hauptgasse ถนนเส้นหลักของเมือง แหล่งรวมร้านค้าที่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบ การก่อสร้างตึกรามบ้านช่องจากอดีตไว้อยู่ ด้วยสีสันแบบวินเทจ (Vintage) ส่วนใหญ่ เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรม

ทางตะวันออกของถนนเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองอัพเพนเซลล์ (Museum Appenzel) จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอัพเพนเซลล์ในอดีต ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องชีส ดังนั้นจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตเนยแข็งให้ชม รวมถึงภาพถ่ายของชุมชนชนบทในอดีต (เดือน พ.ย.-มี.ค. เปิด 14.00-17.00 น. เม.ย.-ต.ค. 10.00-12.00 และ 14.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 7 ฟรังก์ Swiss Pass เข้าชมฟรี GPS : 47.3308234, 9.409807)

ฝั่งตะวันตกของถนนมีร้านขนม Drei Konige เป็นร้านขนมชื่อดังของที่น จะใช้ชีสเป็นส่วนผสม โดยโฆษณาว่าไม่มีกลิ่นเหม็น หรือรสชาติเลี่ยน ดังนั้นคน ไม่ชอบชีสก็ทานได้ (GPS : 47.3310437, 9.4085001)

ตะวันตกสุดทางของถนน Hauptgasse มีลานกว้าง Landsgemeindeplatz ใช้สําหรับการออกเสียงลงคะแนนของชาวอัพเพนเซลล์ ทุกเดือนเมษายนของแต่ละปี ชาวเมืองจะมารวมตัวบริเวณนี้เพื่อลงคะแนนเสียงโดยการยกมือ หลังลงคะแนนเสร็จ ก็จะมีงานฉลองร่วมกันทานขนม บริเวณนี้จึงมีรูปปั้นคนยกมือออกเสียงเป็นสัญลักษณ์

และแล้วก็ได้เวลาอําลาเมืองเล็กน่ารักอย่างอัพเพนเซลล์ (Appenzell) สถานที่ ท่องเที่ยวทั้งเมืองมีแค่นี้จริงๆ ใช้เวลาไม่มากก็เที่ยวทั่ว ส่วนผมขอตัวกลับซูริค แต่กลับ ทาง Gossau SG คนละทางกับ St. Gallen เพราะอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง

-เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen)-

ชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) อดีตเมืองท่าทางตอนเหนือของประเทศ ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศเยอรมนี ถ้าดูจากแผนที่บริเวณเมืองชาฟฟ์เฮาเซินมีพื้นที่ ประเทศเยอรมนีแหว่งเข้ามา แม้แต่รถไฟที่วิ่งมาจากซูริค ก็มีบางช่วงที่ผ่านเข้าไปในเขตแดนเยอรมนี ชาฟฟ์เฮาเซ็นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาจากน้ําตกไรน์ (Rhein Fal) น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่กี่กิโลเมตร

ส่วนในตัวเมืองชาฟฟ์เฮาเซินก็มีแหล่งท่องเที่ยวให้แวะชมมากมาย เช่น ป้อมมูน็อท (Munot) ที่อยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ทั้งเมือง และยังมีไร่องุ่นเป็นฉากหน้าปลูกไว้ตลอดแนวทางเดิน

การเดินทางสู่ชาฟฟ์เฮาเซ็น

เริ่มต้นจากเมืองซูริค (Zurich) สามารถเดินทางด้วยรถไฟไปชาฟฟ์เฮาเซ็น ใช้เวลาเพียง 40 นาที มีรถออกทุกครึ่งชั่วโมง

เขตเมืองเก่าซาฟฟ์เฮาเซ็น

ออกจากสถานีรถไฟชาฟฟ์เฮาเซินเดินมาฝั่งตรงข้าม ก็เริ่มต้นเที่ยวในเขตเมืองได้แล้ว เริ่มจากถนน Vordergasse ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักของเมือง มีร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้า ตัวอาคารบ้านเรือนก็วาดเป็นสีสันต่างๆ มีบ้านหลังหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร คือ เฮาส์ซัมริทเทอร์ (Haus Zum Riter) ซึ่งเคยเป็นบ้านของอัศวินมาก่อน ด้านนอกวาดรูปบนผนังบ้านไว้ได้อย่างสวยงาม โดดเด่นที่สุดบนถนนเส้นนี้

เดินผ่าน โบสถ์เซนต์โจฮาน (Kirche St.Johann) ซึ่งเป็นวิหารหลักของเมือง สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 กลับถูกทิ้งร้างในช่วงการปฏิรูปศาสนา แต่ปัจจุบันกลับมา มีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจทางศาสนาของชาวชาฟฟ์เฮาเซิน เดินต่อจนสุดถนน Vordergasse แล้วข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อขึ้นไปยังป้อมมูน็อท (Munot)

  • ป้อมมูน็อท (Munot)

GPS : 47.6969028, 8.6397812

หลังเดินข้ามมาจากถนน Vordergasse ได้เวลาออกกําลังขาเดินขึ้นบันได ไปด้านบนของป้อมมูน็อท (Munot) ระหว่างสองข้างทางริมบันไดเต็มไปด้วยสวนองุ่น แต่ถ้าฤดูร้อนก็อาจไม่เห็นต้นองุ่นสักเท่าไหร่ เพราะอุณหภูมิสูงเกินไป ปลูกองุ่นไม่ขึ้น

ป้อมมูน็อท (Munot) สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 เป็นลักษณะทรงกระบอก เพื่อใช้ป้องกันข้าศึกในอดีต โดยเฉพาะการรุกรานจากฝั่งเยอรมนี้ ด้วยที่ตั้งที่สามารถมองเห็นโค้งแม่น้ำไรน์ (Rhein River) ได้อย่างชัดเจน และสามารถมองเห็นวิวมุมสูงมด ทั่วทั้งเมืองชาฟฟ์เฮาเซิน จุดนี้จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุด หลังหมดยุคสงคราม ป้อมมูน็อทก็หมดความสําคัญและเปิดให้คนทั่วไปขึ้นมาชมวิวด้านบนได้

  • น้ำตกไรน์ (Rhein Fall)

GPS : 47.6779274, 8.6155691

ย้อนกลับมาที่หน้าสถานีรถไฟชาฟฟ์เฮาเซิน เพื่อรอขึ้นรถประจําทางสาย 1 (หน้ารถเขียนว่า Rheinfall) รถออกทุก 10 นาที และใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็ถึงป้ายรถ Neuhausen Zentrum พร้อมประกาศบนรถเป็นภาษาอังกฤษว่า Rheinfall ให้เราลงป้ายนี้ได้เลย เมื่อลงที่ป้ายรถเมล์ เดินต่อตามป้ายไปอีกนิดเดียวก็ถึงน้ำตกไรน์

น้ำตกไรน์ (Rhein Fall)  หรือที่เขียนในภาษาอังกฤษว่า Rhine Fal เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป กว้าง 150 เมตร สูง 23 เมตร เชื่อกันว่าเป็นน้ําตกที่มีอายุ กว่า 14,000-17,000 ปี ในฤดูร้อน และฤดูใบไม้ผลิ น้ําตกไรน์จะมีน้ําไหลลงมาแรงมากกว่าปกติ จนบางครั้งละอองน้ำกระเด็นไปถึงอีกฝั่ง น้ำตกไรน์เป็นส่วนหนึ่งของ แม่น้ำไรน์ ที่ไหลมาจากทะเลสาบคอนสแตนซ์ในเยอรมัน จากนั้นไหลเข้าประเทศสวิส ผ่านน้ำตกไรน์ แล้ววกเข้าเขตแดนประเทศเยอรมันอีกครั้ง

หากต้องการไปสัมผัสบรรยากาศน้ำตกไรน์อย่างใกล้ชิด สามารถขึ้นเรือข้ามไปเกาะกลางน้ำตก ที่มีธงชาติสวิตเซอร์แลนด์อยู่บนยอดโขดหินได้ วันไหนน้ำไหลเชี่ยวแรง ก็จะไม่เปิดให้ข้ามไปบนเกาะนั้น ส่วนปราสาทเก่าข้างๆน้ำตก ก็สามารถในเรือจากฝั่งข้ามไปได้เช่นกัน ปราสาทแห่งนี้เคยใช้เป็นป้อมเก็บภาษีในอดีต เพราะเรื่อ ผ่านแม่น้ำไรน์มา ต้องแวะนําสินค้าลงที่นี่ แล้วค่อยนําไปลงเรืออีกครั้งบริเวณใต้น้ำตกไรน์ เพราะไม่สามารถนําเรือเหล่านี้ผ่านน้ำตกไปได้ จึงต้องนําสินค้าขึ้นฝั่งก่อน

ใกล้ปราสาทมีสถานีรถไฟ Schloss Laufen am Rheinfall สามารถใน ที่นี่ย้อนกลับไปสถานี Schaffhausen ใช้เวลาเพียง 8 นาที แต่ต้องตรวจสอบเดินรถให้ดี เพราะบางช่วงเวลาไม่มีรถวิ่ง ถ้าใครต้องการกลับด้วยรถประจําทางเหมือนเดิม ให้กลับไปรอที่ป้ายรถเมล์บนถนน Zentralstrasse ซึ่งเป็นถนนคนกับขามา เพราะบริเวณนั้นเดินรถทางเดียว แต่ถนนสองเส้นนี้อยู่ขนานกัน หาไม่ยาก

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet