เมืองศูนย์กลางทางด้านศาสนา ซึ่งต์กัลเลน (St.Gallen)

St.Gallen

-เมืองซึ่งต์กัลเลน (St.Gallen)-

ซังต์กัลเลน (St. Gallen) เริ่มต้นสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.612 โดยนักบวชชาวไอริช นามว่า “กัลลุส (Galus)” ซึ่งได้เดินทางมาบริเวณเมืองซังต์กัลเลนในปัจจุบัน พร้อมเผยแพร่ศาสนาให้แก่ชุมชนในดินแดนนี้ จนทําให้ศาสนามีความแข็งแกร่งมากขึ้น กระทั่งในอีกร้อยปีถัดมา จึงมีการสร้างโบสถ์ขึ้นกับสํานักวาติกัน และเพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนา ในเขตนี้พร้อมเรียกชื่อเมืองว่า “ซังต์กัลเลน (St. Gallen)” ให้พ้องกับชื่อของนักบวช ชาวไอริช ผู้เผยแพร่ศาสนาเป็นคนแรก

หลังจากนั้นบทบาทของซังต์กัลเลนจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนา เหน โบสถ์ วิหารจํานวนมากในเมือง และยังมีความเข้มแข็งในศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกของสวิตเซอร์แลนด์มาจนถึงปัจจุบัน 

การเดินทางสู่ซึ่งต์กัลเลน

เนื่องจากซังต์กัลเลนตั้งอยู่ทางทิศเหนือของสวิส ค่อนไปใกล้เยอรมัน และ ออสเตรีย ดังนั้นการเดินทางจากในสวิส ให้เริ่มต้นขึ้นรถไฟที่เมืองซูริค (Zurich) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง มีรถออกเรื่อยๆ แทบจะทุกครึ่งชั่วโมง

แนะนําให้วางแผนเที่ยวเมืองซังต์กัลเลน (St. Gallen) คู่กับอัพเพนเซลล์ (Appenzell) ซึ่งผมจะแนะนําลําดับต่อไป แบบไปเช้าเย็นกลับจากซูริค เพราะทั้งสองเมืองนี้ อยู่ในเส้นทางเดียวกัน

จากหน้าสถานีรถไฟข้ามมาฝั่งตรงข้ามทางซ้ายมือเข้าสู่ถนน Kornhausstrasse ผ่านสี่แยกไฟแดงแรก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรก เข้าสู่ถนนพรมแดง (Red Carpet) หรือที่เรียกกันว่า Stadtlounge เป็นการลาดถนนให้เป็นสีแดงทั้งเส้น พร้อมออกแบบให้เหมือนมีรถยนต์จอดอยู่ แต่ถูกราดสีแดงไปด้วย ซึ่งใช้เม็ดพลาสติกขนาดเล็กพ่นบนพื้นถนน จึงทําให้เวลาเดินรู้สึกนุ่มกว่าพื้นปูนปกติ เป็นผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Pipiloti Rist และ Carlos Martinez เนรมิตให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 เป็นต้นมา ปัจจุบันถนนเส้นนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คจุดถ่ายภาพ และเป็นจุดนัดพบ นั่งพักผ่อนของชาวซังต์กัลเลน

  • มหาวิหารซึ่งต์กัลเลน (St. Gallen Cathedral)

เดินจนสุดทางของถนนพรมแดง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน Wassergasse มุ่งหน้าไป 200 เมตรจนถึงมหาวิหารซังต์กัลเลน

มหาวิหารซังต์กัลเลน (St. Gallen Cathedral) เป็นโบสถ์ของนิกายคาทอลิก สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.747 โดยนักบวช Othmar เพื่ออุทิศให้กับกัลลุส (Gallus) ผู้เผยแพร่ศาสนาให้กับชาวเมืองเป็นคนแรก (ตามประวัติที่ได้กล่าวไปแล้ว) และมีการปรับปรุงซ่อมแซมวิหารอีกหลายครั้ง ล่าสุดมีการสร้างต่อเติมเมื่อปี ค.ศ.1755-1768 ที่ผ่านมา ความงดงามของวิหารไม่ใช่รูปร่างอาคารภายนอก แต่ต้องเข้าไปชมด้านในมีเพดานโค้งมน พร้อมภาพวาดบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา บางภาพก็เป็นภาพนูนมี มิติออกมาให้เห็น จนยกให้เป็นวิหารที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของสวิส

ความยิ่งใหญ่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะติดกับวิหารยังมีห้องสมุดประจํา วิหาร (Abbey Library of St.Gallen) หรือ Stiftsbibliothek ตั้งอยู่ทางใต้ของวิหาร ถือเป็นห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และสวยงามอลังการแห่งหนึ่งของโลก เพดานโค้งมีภาพวาดสีสวยงาม และตกแต่งภายในห้องด้วยสไตล์บาร็อก ห้องสมุดแห่งนี้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมหนังสือหายาก ซึ่งมีต้นฉบับเขียนด้วยลายมือ ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 ปัจจุบันเก็บรักษาหนังสือสําคัญรวมกว่า 150,000 เล่ม โดย เป็นต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือกว่า 2,100 ฉบับ โดยจะนําหนังสือเหล่านั้นมาจัดแสดง ในตู้กระจกให้ชมอย่างใกล้ชิด แต่สัมผัสด้วยมือไม่ได้ ถือเป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก

ในห้องสมุดยังมีลูกโลกไม้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร ซึ่งเคยเป็น สมบัติของเมืองซังต์กัลเลน และถูกซูริคแย่งชิงไปเมื่อปี ค.ศ.1712 พร้อมทั้งพยายาม ขอนํากลับมาไว้ที่ซังต์กัลเลน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ กระทั่งซูริคยอมทําลูกโลกจําลอง ขนาดใกล้เคียงของจริงมาตั้งไว้ในห้องสมุดเมื่อปี ค.ศ.2006 ที่ผ่านมา ส่วนลูกโลกของ 3 ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองซูริค

ด้วยความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารซังต์กัลเลน และห้องสมุด เมื่อปี ค.ศ. 1983 จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก เพื่อเป็นอนุสรณ์ ซังต์กัลเลนเคยสร้างความยิ่งใหญ่ และความรุ่งเรืองให้ศาสนาในยุคหนึ่ง พร้อมทั้งเป็นสถานที่เก็บรักษางานเขียน ต้นฉบับหนังสือที่ลําค่าแห่งหนึ่งของโลก

เวลา : วิหาร 9.00-18.00 น., ห้องสมุด 10.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : วิหารฟรี ห้องสมุด 12 ฟรังก์, เด็ก 9 ฟรังก์, Swiss Pass ฟรี
GPS : 47.4230334, 9.376383

  • จัตุรัสตลาด (Marktplatz)

GPS : 47.4260496, 9.3761207

จากวิหารซังต์กัลเลน เดินขึ้นไปทางทิศเหนือตามถนน Marktgasse ผ่านโบสถ์เซนต์ลอเร็นเซ่น (St.Laurenzen) ตลอดเส้นทางของถนน Marktgasse เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขายเสื้อผ้า เป็นแหล่งชอปปิงขนาดย่อมประจําเมือง ถ้าเดินต่อไปอีกนิดก็จะถึงจัตุรัสตลาด (Marktplatz) มีซุ้มขายอาหารขนาดไม่ใหญ่มาก ตั้งเรียงรายอยู่บนพื้นที่โดยรอบ ถ้ามาในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีร้านขายของเยอะกว่าปกติ

หลังจากชมจัตุรัสตลาดเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินย้อนไปทางทิศตะวันตก กลับสถานีรถไฟ มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปคือ เมืองอัพเพนเซลล์ (Appenzell) 

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet